วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

LG ผุดมอนิเตอร์ LED 3D ไม่ง้อแว่นตา

 

          รายงานข่าวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ LG ในเกาหลีประกาศเปิดตัว DX2000 มอนิเตอร์ LED Backlight ขนาด 20 นิ้วที่สนับสนุนการแสดงผล 3D โดยผู้ใช้ไม่ต้องสวมแว่นพิเศษใดๆ ในการรับชมคอนเท็นต์ที่มีรูปแบบสามมิติทะลุจอแต่อย่างใด
            LG DX2000 มอนิเตอร์ LED ที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน 3D แบบไม่ง้อแว่น ซึ่งทางบริษํทได้พัฒนาให้ประสบการณ์ในการรับชมคอนเท็นต์สามมิติมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเว็บแคมที่มาพร้อมกับมอนิเตอร์รุ่นนี้ ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการประชุมผ่านระบบวิดีโอเท่านั้น แต่มันยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ 3D ด้วยเทคโนโลยี Eye Tracking (ตามติดสายตา) ของ LG ซึ่งการตามติดสายตาของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ทำให้ LG DX2000 สามารถปรับแต่งการแสดงผลภาพ 3D เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นเอฟเฟกต์ 3D ที่ดีที่สุด (ลดการเห็นภาพซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ) นอกจากนี้ LG DX2000 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีแปลงภาพ 2D เป็น 3D และจะวางตลาดในเกาหลี โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1.29 ล้านวอน หรือประมาณ 35,000 บาท
 
 

SpaceBook โน้ตบุ๊คจอคู่แบบสไลด์

    หลายคนอาจคิดว่า แก็ดเจ็ต (Gadget) ที่มีหน้าจอแสดงผลสองจอคงจะพบได้แต่ในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเท่านั้น แต่ล่าสุดบริษัท gScreen ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด (ความจริงเคยนำเสนอเครื่องต้นแบบกันไปแล้วก่อนหน้านี้) ชื่อว่า Spacebook ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลถึง 2 จอด้วยกัน
   gScreen Spacebook 17 เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไฮเดฟฯ ขนาด 17.3 นิ้ว (ความละเอียด 1920x1080) 2 หน้าจอ ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องมาพร้อมกับน้ำหนักที่มากกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป โดย Spacebook 17 จะหนักถึง 10 ปอนด์ (ประมาณ 4.5 กิโลกรัม) และหนาถึง 2 นิ้ว แต่มันทำให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ในการทำงานบนโน้ตบุ๊คจอคู่ที่สามารถเลื่อนจอ ทำงานแบบจอเดียว หรือสองจอได้ตามต้องการ

  นอกจากนี้ gScreen SpaceBook 17 ยังมีโพรเซสเซอร์ให้เลือกว่าจะใช้ดูอัลคอร์ Intel i5 หรือ Quad-core Intel i7 หน่วยความจำ DDR3 (1333MHz) 4GB หรือ 8GB ส่วนฮาร์ดดิสก์ความจุ 500GB การ์ดหน่วยความจำ NVIDIA GeForce GTS 250M (หน่วยความจำ VRAM 1GB) ไดรฟ์ Super-Multi DVD เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi (802.11b/g/n) พอร์ต USB 2.0 3 พอร์ต แบตเตอรี่ 6 เซล สนับสนุนการเชื่อมต่อเพื่อถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงด้วยพอร์ต FirefWire ตลอดจนพอร์ต HDMI และ Ethernet แม้ gScreen SpaceBook จะมีอันต้องเลื่อนกำหนดการเปิดตัวจากปี 2010 มาเป็นวันนี้ แต่ทางบริษัทก็ได้เปิดให้จอง SpaceBook 17 โน้ตบุ๊คสองหน้าจอ โดยรุ่น Core i5 ราคา 2,395 เหรียญฯ (ประมาณ 72,000 บาท) และ Core i7 จะมีราคา 2,795 เหรียญฯ (ประมาณ 84,000 บาท)

ที่มา : http://www.tvwaimun.com/technology/g_it/item_9583/SpaceBook-โน้ตบุ๊คจอคู่แบบสไลด์

Google เปิดตัวแอพ YouTube บน iOS

     วันนี้ กูเกิ้ล (Google) เปิดตัวแอพฯ ยูทูบ (YouTube) สำหรับไอโฟน (iPhone) เพื่อให้ผู้ใช้เลือกติดตั้งแทนแอพฯ YouTube ที่มาพร้อมกับ iOS ซึ่งแอปเปิ้ล (Apple) เคยบอกว่าจะเอาแอพฯ ตัวนี้ออกจากระบบปฏิบัติการ iOS 6 โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถูกเปิดเผยออกมาก่อนที่แอปเปิ้ลจะเปิดตัว iPhone 5 ที่มาพร้อมกับ iOS 6 (ที่ไม่มีแอพฯ ยูทูบมาด้วย) ในวันพรุ่งนี้
          การเปิดตัว iOS 6 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหักที่ชัดเจนระหว่างแอปเปิ้ลกับกูเกิ้ล ตั้งแต่ความพยายามทึ่จะเขี่ย Google Maps ออกไป แล้วเสียบกลับเข้าไปด้วยระบบแผนที่ของตนเอง ซึ่งมาพร้อมกับการแสดงเส้นทางการเดินให้กับผู้ใช้ได้แบบ turn-by-turn ฟรีๆ โดย Google จะขาดฟีเจอร์นี้ ในขณะเดียวกันแอพฯ YouTubeที่ปกติจะมาพร้อมกับ iOS ในเวอร์ชันใหม่ มันจะถูกถอดออกไป ผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดมาจาก iTunes App Store เอง สำหรับแอพฯ YouTube เวอร์ชัน iOS ของ Google จะมาพร้อมกับข้อได้เปรียบในการทำงานมากมาย โดยเฉพาะการอัพเดทแอพฯ ที่ไม่ต้องรออัพเดทพร้อม iOS ของ Apple แต่สิ่งที่ดูเหมือน Google จะแฮปปี้กว่าก็คือ การแสดงโฆษณาบนวิดีโอที่เล่นในแอพฯ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในแอพฯ ที่มาพร้อกับ iOS


         นอกจากนี้ แอพฯ YouTube ของ Google ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ของระบบแนะนำช่องรับชมคลิป (Channel Guide) ที่ผู้ใช้สมัครไว้ และคุณสมบัติการค้นหาแบบใหม่ที่สามารถแนะนำคลิปน่าชมขณะพิมพ์คีย์เวิร์ดในช่องเสิร์ชได้ทันที ในขณะเดียวกัน วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับคลิปที่ชม (related videos) และการคอมเมนต์ และถ้าคุณกวาดนิ้วไปทางขวา คุณจะสามารถเข้าถึงหมวดต่างๆ ของวิดีโอบนยูทูบในรูปแบบไทม์ไลน์ หรือการล็อกอินด้วยบัญชีผู้ใช้ของคุณ ตลอดจนเพิ่มช่องวิดีโอของคุณเข้าไปได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์หนึ่งที่ขาดหายไปจากแอพฯ ยูทูบใหม่ในกูเกิ้ลคือ เวอร์ชันบน iPad ซึ่งคงต้องรอไปก่อน

ที่มาข้อมูล : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14201/index.html
ที่มา VDO : http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=HlvEwTDaOFg

Toys R Us เล็งขาย"แท็บเล็ต"เด็กเล่น

      ตลาด"แท็บเล็ต"คึกคักสุดๆ แม้กระทั้งร้านขายของเล่นระดับโลกอย่าง Toys R Us ยังต้องลงมาเล่นด้วยเหมือนกัน โดยล่าสุดทางบริษัทได้โพสต์รายการสินค้าใหม่ชื่อว่า Tabeo แท็บเล็ตขนาดของหน้าจอสัมผัส 7" สำหรับเด็ก ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google อีกทั้งยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชันที่พรีโหลดให้ฟรีถึง 50 ตัว โดยเด็กสามารถเปิดเครื่องและเลือกเล่นแอพฯ ทีต้องการได้ทันที หรือจะโหลดเพิ่มเติมได้อีกด้วย ฟังดูน่าเบื่อใช่ไหมครับ สำหรับการที่"แท็บเล็ต"จะกลายเป็นของเล่นในร้าน Toys R Us แต่เชื่อว่า ด้วยกระแสของอุปกรณ์โมบายยอดฮิตจะทำให้ Tabeo ได้รับความสนใจจากลูกค้าที่เดินเข้าไปในร้านอย่างแน่นอน สนนราคาของแท็บเล็ตสำหรับเด็กอยู่ที่ 150 เหรียญฯ หรือประมาณ 4,500 บาท โดยจะเริ่มวางตลาดในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนรายละเอียดจะมีการเปิดเผยออกมาภายในสัปดาห์นี้ สำหรับดีไซน์ของ Tabeo นอกจากเคสแล้ว หน้าจอ และอินเตอร์เฟซการใช้งาน ไม่แตกต่างจากแท็บเล็ตทั่วไปเลยนิ
            อย่างไรก็ตาม ทอยส์อาร์อัสมองผลิตภัณฑ์อย่าง Tabeo ว่า มันจะสามารถจับลูกค้าที่เป็นเด้กโตได้มากกว่าเด็กเล็ก อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมั่นใจว่า Tabeo จะมีคุณสมบัติบางอย่างที่ถูกใจเด็กที่อายุน้อยด้วย ซึ่งก็คงจะหมายถึงแอพฯ เกมต่างๆ นั่นเอง การทำเซกเมนต์ตลาด"แท็บเล็ต"สำหรับเด็กด้วยวิธีการทำให้มันเป็นผลิตภัณฑ์ในร้านขายของเล่นอย่างที่ Toys R Us ทำอยู่นี้ ถือว่าเป็นวิธีที่ชาญฉลาด และใช้จุดแข็งของร้านให้เป็นประโยชน์ไดเป็นอย่างดี เพระผู้ปกครองหลายคนอาจไม่มั่นใจที่จะซื้อแท็บเล็ตที่เป็นของใช้ให้เด็กเล่นสักเท่าใด วันหยุดปลายปีนี้ เชื่อว่า หนึ่งในสินค้ายอดฮิตคงหนีไม่พ้น"แท็บเล็ต"อย่างแน่นอน
Update: Tabeo เป็นแท็บเล็ตหน้าจอขนาด 7 นิ้วที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า 50 แอพฯ โดยแอพฯ เหล่านี้รวมทั้งเกมต่างๆ และคอนเท็นต์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับการออกแบบให้เข้าถึง และใช้งานได้ง่ายมาก สตอเรจภายใน 4GB แต่มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD และมีหน่วยความจำ (RAM) 1GB โพรเซสเซอร์ที่ใช้ทำงานด้วยความเร็ว 1GHz และระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 4.0 Ice Cream Sandwich สเป็กไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14191/index.html

"อีบุ๊ก"ด้วยหนังสือจริง

   โลกการอ่านหนังสือกำลังเปลี่ยนไป เมื่ออีบุ๊ก (e-book) เริ่มแพร่หลาย จากการที่เคยใช้นิ้วพลิกหน้าหนังสือกระดาษกลายเป็นใช้นิ้วสัมผัส หรือกวาดนิ้วไปทางซ้าย หรือขวา เพื่อเปลี่ยนหน้าที่ต้องการอ่าน เพราะเราไม่สามารถสัมผัสแต่ละหน้าหนังสือของอีบุ๊กได้เหมือนหนังสือจริง แต่ไอเดียของการทำแก็ดเจ็ต Elektrobiblioteka จะทำให้คุณสามารถเปิดอ่านอีบุ๊กได้ด้วยการพลิกหน้าหนังสือจริง ตลอดจนการโต้ตอบกับอีบุ๊กผ่านหน้ากระดาษหนังสือจริง ก็ยังทำได้อีกด้วย...ว้าว
          Waldek Wegrzyn ดีไซเนอร์ชาวโปแลนด์ เกิดแรงบันดาลใจในการคิดทำสิ่งตรงข้ามในการเปิดอ่านอีบุ๊ก โดยเปลี่ยนจากอินเตอร์เฟซของเครื่องอ่านทีใช้การสัมผัสไปสู่การใช้"หนังสือเล่ม"จริงๆ ผลลัพธ์คือ คุณสามารถเปลี่ยนหน้าอีบุ๊กได้ด้วยการพลิกหน้าหนังสือจริงที่ทำหน้าที่เหมือนอินเตอร์เฟซของอีบุ๊ก ดีไซเนอร์ทำต้นแบบจากการติดแผ่นโลหะนำไฟฟ้าลงบนหน้ากระดาษแต่ละแผ่น เพื่อให้ทำหน้าที่เชื่อมต่อวงจรการพลิกแต่ละหน้า โดยทดสอบผ่านหลอด LED ก่อนที่จะพัฒนาให้เหมือนหนังสือจริงขึ้นไปอีกขั้นด้วยการผสมหมึกที่มีส่วนผสมของโลหะ เพื่อพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษที่เย็บต่อเป็นเล่ม ก่อนที่จะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เฟซของคอมพิวเตอร์ที่แสดงผล"อีบุ๊ก"บนหน้าจอ
        Elektrobiblioteka เป็นความพยายามที่จะเชื่อมโลกจริง (หนังสือเล่ม) เข้ากับโลกเสมือน (อีบุ๊ก) ซึ่งหนังสือเล่มที่ดีไซเนอร์พัฒนาขึ้นมานี้ นอกจากจะสามารถควบคุมการเข้าถึงอีบุ๊กแต่ละหน้าได้แล้ว มันยังโต้ตอบกับคอนเท็นต์บนอีบุ๊กผ่านการสัมผัสบนหน้ากระดาษหนังสือเล่มจริงๆ ได้อีกด้วย เว็บไซต์ Elektrobiblioteka เปิดให้บริการออนไลน์อยู่ในขณะนี้ น่าเสียดายที่มันเป็นภาษาโปแลนด์


ที่มาข่าวสาร : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14190/index.html
ที่มา VDO Clip : http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&hl=th&v=XPpWE29yeiE

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

โซนี่จ่อเปิดจอง PS Vita รุ่น Wi-Fi

  โซนี่ ไทย เอาใจคอเกมชาวไทย ด้วยการเปิดให้สั่งจอง PlayStationVita รุ่น Wi-Fi ในราคาเพียง 11,990 บาท กับ 2 Value Pack พร้อมของพรัเมียมสุดพิเศษ ขณะที่ SCEH ก็จ่อวางจำหน่าย FINAL FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack สำหรับPS3 เดือน ก.ย.นี้      การเปิดให้สั่งจอง PlayStationVita รุ่น Wi-Fi ในราคาเพียง 11,990 บาท กับ 2 Value Pack ที่มาพร้อมตัวเครื่อง PS Vita รุ่น Wi-Fi, เมมโมรี่การ์ด 4GB และอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง กับสองเกมส์ใหม่ที่เอาใจคอเกมเมืองไทยอย่าง "UNCHARTED: Golden Abyss" กับอีกหนึ่งเกมส์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง "LittleBig Planet" โดยคอเกมชาวไทยเตรียมเริ่มสั่งจอง PlayStation Vita รุ่น Wi-Fi ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ก.ย.ศกนี้ เท่านั้น ที่โชว์รูม Sony Store และ www.somy.co.th และร้านตัวแทนจำหน่ายที่เลือกสรร โดยลูกค้าที่สั่งจองสินค้าล่วงหน้าจะได้รับของสมนาคุณพิเศษด้วย
  ผู้ที่สั่งจอง PlayStation Vita (รุ่น Wi-Fi) : ชุด "UNCHARTED : Golden Abyss" จะได้รับของพรีเมียม ได้แก่ กล่องใส่เครื่องสุดแนว (GUILLEMOT UNCHARTED Case) และเสื้อยืด PS Vita สุดเท่ห์ได้ฟรี ภายในงานเปิดตัว PS Vita ที่จะจัดขึ้นที่เซ็นทรัลพระราม 9 ในวันที่ 14 ก.ย.2555 ระหว่างเวลา 18.00น. ถึง 20.00น. ณ ลานจัดงาน PlayStation Vita ชั้น G ส่วนผู้ที่สั่งจอง PlayStation Vita (รุ่น Wi-Fi) : ชุด "LittleBig Planet" จะได้รับของพรีเมียม ได้แก่ เบาะรองนั่ง และกระเป๋าเดินทางลาย LittleBigPlanet โดยรับได้ที่โชว์รูม Sony Store ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2555 เป็นต้นไปผู้สนใจสามารถสั่งจองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Sony Store ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ www.sony.co.thและร้าน .Life
         ด้าน Sony Computer Entertainment Hong Kong (SCEH) ประกาศเตรียมวางจำหน่าย FINAL FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack สำหรับเครื่อง PS3 ที่ประเทศไทยในวันที่ 13 ก.ย.2555 ในราคากลาง 2,990 บาท เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีซีรีส์ FINAL FANTASY เกมยอดฮิตของ PS3 อย่าง FINAL FANTASY XIII และ FINAL FANTASY XIII-2 โซนเอเชียสำหรับเครื่อง PS3 จะออกวางจำหน่ายอีกครั้งด้วยการบรรจุเป็นแพคเกจพิเศษ จำนวนจำกัด ภายใต้ชื่อ FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack พร้อมกับของแถมสุดพิเศษชุดโปสการ์ดแปดแบบ Best 8 Selection สำหรับตัวเกมทั้งสองภาคนั้นจะเป็นเกมเวอร์ชั่นซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ที่บันเดิลชุดนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของ Sony Computer Entertainment Asia และ SQUARE ENIX เพื่อที่จะให้คอเกมได้สัมผัสกับประสบการณ์จากโลกของ FINAL FANTASY XIII อย่างเต็มรูปแบบ.

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14138/index.html

เอซุสส่ง โน้ตบุ๊ก K Series

  เอซุส ส่งอัลตร้าบุ๊ก S Series และ โน้ตบุ๊ก K Series จอ 14 นิ้วกับความบางเพียง 21 มิลลิเมตร มาพร้อมกับ Optical Drive ตัวเครื่องทำจากวัสดุอลูมิเนียมบาง-เบาเป็นพิเศษ พร้อมโพรเซสเซอร์ 3rd Generation อินเทล คอร์ล่าสุด เอซุส เปิดตัวโน้ตบุ๊กตระกูล K Series รุ่น K46 (ขนาดจอ 14 นิ้ว) มาพร้อมกับความบางเพียง 21 มิลลิเมตร ผสานเอกลักษณ์การดีไซน์สุดล้ำ และความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว ซึ่งตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมบาง-เบาเป็นพิเศษ เทคโนโลยี Super Hybrid Engine II ที่ช่วยในการรีซูมระบบภายใน 2 วินาที และสามารถสแตนด์บายได้ยาวนานยิ่งขึ้น เสริมความแรงด้วยหน่วยประมวลผล 3rd Generation อินเทล คอร์ ที่มีให้เลือกความแรงตั้งแต่ คอร์ i3-i7 หน่วยความจำแบบ DDR3 ขนาด 4 GB พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟฟิกแบบ NVIDIA GT 635M รวมทั้งคุณภาพเสียงคมชัดทุกรายละเอียดด้วยเทคโนโลยี SonicMaster แบบฉบับจากเอซุสที่ให้เสียงคมชัดสมบูรณ์ เพื่ออรรถรสในการฟังเพลง การชมภาพยนตร์และการเล่นเกม และยังพกพาเทคโนโลยี Smart Gesture ฟังก์ชั่นการใช้งานของทัชแพด เพิ่มความคล่องตัวและลื่นไหลที่หลากหลายทิศทาง และคีย์บอร์ดแบบ Chiclet พร้อมปุ่มกดที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ภายใต้การออกแบบสวยงามมีสไตล์ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างครบถ้วน
    สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัว เอซุสได้แนะนำ อัลตร้าบุ๊กตระกูล S Series ใหม่ ที่ชูความโดดเด่นของประสิทธิภาพแห่งการทำงานจากฮาร์ดไดร์ฟแบบ Hybrid SSD ทำให้การบูทเครื่องรวดเร็ว พร้อมโพรเซสเซอร์ 3rd Generation อินเทล คอร์ ที่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม.
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14151/index.html

คีย์บอร์ดแสง

      ช่วงหลังเห็นหลายคนสามารถพิมพ์บนคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอสัมผัสอย่างไอแพด (iPad) หรือแท็บเล็ตต่างๆ ได้แบบคีย์บอร์ดจริงมากขึ้น ไม่นับรวมนิ้วจิ้มบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่พิมพ์ได้เร็วไม่แพ้กัน ด้วยเหตุนี้แก็ดเจ็ตอย่าง "คีย์บอร์ดเสมือน" ที่ใช้แสงเลเซอร์ยิงลงไปบนพื้นผิวแล้วพิมพ์ได้ จึงกลับมาอีกครั้งด้วยขนาดที่สะดวกพกกว่าเดิม โดยมันมีขนาดเท่าๆ กับพวงกุญแจเท่านั้น
     ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอแก็ดเจ็ตประเภท Laser virtual keyboards ออกมาวางตลาดกันพอสมควร โดยเป้าหมายคือ ความพยายามทำให้มันเล็กลง และตอบสนองการพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ จำได้ว่ารุ่นแรกๆ ที่เคยซื้อมาทดลองใช้ราคาหลักหมื่นเลย ขนาดก็ไม่สะดวกพกพาเท่าใดนัก แต่ล่าสุดพวกมันกลับมาด้วยขนาดเล็กเท่าพวงกุญแจ แถมยังเบาทั้งน้ำหนัก และราคาอีกด้วย สำหรับพวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์ที่นำมาฝากกันเช้านี้ จะสามารถเปลี่ยนพื้นผิวเรียบให้กลายเป็นคีย์บอร์ดแสงสำหรับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตของคุณได้ โดยมันจะจับคู่กับอุปกรณ์โมบายผ่านการเชื่อมต่อไร้สายบูลทูธ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้งานกับแก็ดเจ็ตใดๆ ทีสนับสนุนมาตรฐานไร้สายนี้
       พวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์จะสามารถชาร์จแบตฯ Li-ion ทีอยู่ภายในผ่านทางพอร์ต USB อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้ระบุว่า พวกมันสามารถใช้กับไอแพด หรือไอโฟน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ได้ หรือไม่? แต่จากในรูปดูเหมือนจะแสดงการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 5 - 7 นิ้ว พวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์จะเปิดให้สั่งจองบนเว็บไซต Brookstone ด้วยสนนราคา 99.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,000 บาท โดยจะเริ่มส่งสินค้าให้กับผู้สั่งจองตั้งแต่วันที 1 ตุลาคม ศกนี้เป็นต้นไป
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14177/index.html

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

Asus กราฟฟิกการ์ดใหม่ GeForce GTX660 Ti แรงซ่ะ

        กลุ่มธุรกิจโอเพ่นแพลทฟอร์ม เอซุส ร่วมงาน NVIDIA Day 2012 โดยแนะนำกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ "ASUS GeForce GTX660 Ti" ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชิปขนาด 28nm เร่งได้สูงสุดถึง 1,137 MHz แต่อุณหภูมิลดลง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า กลุ่มธุรกิจโอเพ่นแพลทฟอร์ม (โอพี บีจี) บริษัท
อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงาน NVIDIA Day 2012 ที่ลานกิจกรรม ชั้น 3
ไอทีมอลล์ ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนทาวน์ ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ของเอซุสเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ล่าสุด “ASUS GeForce GTX660 Ti” ที่ตอกย้ำประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการแสดงผลกราฟฟิกส์อันสมบูรณ์ คมชัด และลื่นไหล ใช้เทคโนโลยีชิปตัวใหม่ขนาด 28nm จาก NVIDIA
         สำหรับการ์ดจอ ASUS GeForce GTX660 Ti ตัวนี้ให้การประหยัดพลังงานอย่างโดดเด่น แต่คงประสิทธิภาพความแรงเกินพิกัดในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ช่วยเสริมพลังเพื่อการ โอเวอร์คล็อกตั้งแต่ในโรงงานที่สามารถเร่งขีดจำกัดได้มากขึ้นถึง 1,137 MHz นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อน DirectCU II ให้รักษาความเย็นขึ้นถึง 20% มาพร้อมภาคจ่ายไฟระบบดิจิตอล  DIGI+ VRM และเทคโนโลยี Super Alloy Power ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องพีซีให้สามารถโอเวอร์คล็อกได้นานยิ่งขึ้น ตัวกราฟฟิกส์การ์ดผลิตจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน รวมถึงโปรแกรม GPU Tweak ที่มียูสเซอร์อินเตอร์เฟซสำหรับจูนค่าต่างๆ ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดาย
     จากผลการทดสอบจากวิศวกรของเอซุส ที่เลือกใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง GK104-derived 28nm GPUs และหน่วยความจำ 2GB GDDR5 ที่ทนทานที่สุดใน GeForce GTX 660 Ti DirectCU II TOP ซึ่งช่วยให้สัญญาณนาฬิกาเสถียรและมีค่าสูงขึ้น ดังนั้นจึงสามารถเพิ่มสัญญาณได้ตั้งแต่ค่าที่ตั้งจากโรงงานจนถึง 1,137 MHz ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 157 MHz ผู้ใช้งานจึงได้สัมผัสประสิทธิภาพพิเศษที่เหนือชั้นกว่าใครอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สามารถเข้าไปปรับจูนศักยภาพของการ์ดจอให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
     เทคโนโลยีกราฟฟิกส์การ์ดแบบเฉพาะตัวจากเอซุสช่วยเสริมประสิทธิภาพ และความทนทานของผลิตภัณฑ์ให้เหนือกว่าการปรับแต่งค่าเดิมๆ ด้วย DirectCU II ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนแบบเฉพาะ ที่ใช้ท่อทองแดงต่อตรง เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนอย่างรวดเร็ว สามารถลดอุณหภูมิลงได้ถึง 20% ทำให้พัดลมสามารถทำงานที่ความเร็วต่ำ ลดเสียงรบกวนขณะเล่นเกมมากกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นอื่น สำหรับประสิทธิภาพด้านความทนทาน การประหยัดพลังงานอย่างคุ้มค่า และการโอเวอร์คล็อกนั้น ภาคจ่ายไฟระบบดิจิตอล DIGI+ VRM ของเอซุสเป็นระบบที่รับประกันได้ว่า สามารถส่งกระแสไฟได้อย่างแม่นยำ และเสถียร รวมถึงชิ้นส่วนที่ใช้กับเทคโนโลยี Super Alloy Power 6 เฟส (เช่น ตัวเก็บประจุ โช้ค และทรานซิสเตอร์) ช่วยยืดอายุการทำงานและทนทานกว่าเมื่อเข้าโหมดทำงานประมวลหนักๆ โดยไร้เสียงรบกวน ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหล ไร้การสะดุด และมีประสิทธิภาพสูง
     ผู้ใช้งานกราฟฟิกการ์ดเอซุสสามารถโอเวอร์คล็อก เพิ่มแรงดันไฟฟ้า และจัดการยูทิลิตี้ด้วยโปรแกรม GPU Tweak ซึ่งครั้งนี้โปรแกรมมาพร้อมกับการ์ด GeForce GTX 660 Ti DirectCU II TOP มีหน้าจอการใช้งานที่เป็นมิตรมากขึ้น ใช้ง่าย และมีโหมดปรับแต่งประสิทธิภาพที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเปลี่ยนสัญญาณนาฬิกาและแรงดันไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถเก็บค่าโปรไฟล์การปรับแต่งไว้เฉพาะเกมโปรดอีกด้วย.


ที่มาข้อมูล : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14139/index.html
ที่มา VDO Clip : http://www.youtube.com/watch?v=w9pEEOqWGSE

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Asus เปิดตัวโน้ตบุ๊ก N46-N56 ชูเสียงดีลำโพงเทพ

         เอซุส เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด กับโน้ตบุ๊กไฮเอนด์ N Series รุ่น N46 และ N56 มาพร้อมกับเทคโนโลยี “โซนิก มาสเตอร์” พร้อมโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ไอวี่บริดจ์ เน้นประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และระบบ อินสแตนท์ ออน เปิดได้ใน 2 วินาที
               เอซุส ประกาศแนะนำโน้ตบุ๊ก N Series รุ่น N46 และ N56 โน้ตบุ๊กระดับไฮเอนด์ พร้อม 5 สุดยอดเทคโนโลยีของการเล่นมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมของเทคโนโลยี “โซนิก มาสเตอร์” (Sonic Master) ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของไอวี่ บริดจ์ มาพร้อม “อินสแตนท์ ออน” (Instant On) สามารถรีซูมระบบได้ภายใน 2 วินาที การันตีความสวยงามของการออกแบบด้วยรางวัล Reddot 2012 Design Award อีกด้วย โน้ตบุ๊ก N Series การันตีระบบเสียงอันทรงพลังของโซนิก มาสเตอร์ (Sonic Master) ผลงานสุดยอดจากทีมวิจัยและพัฒนาของเอซุส ที่ทำงานร่วมกับ แบงก์ แอนด์ โอลูฟเซ่น ไอซีอี พาวเวอร์ (Bang & Olufsen ICEpower) เพื่อการถ่ายทอดอรรถรสแห่งการฟังอย่างสมจริง เทียบเท่ากับระบบเสียงเซอร์ราวด์ อีกทั้งให้เสียงเบสที่ทุ้ม นุ่มลึก และช่วงเสียงกว้างอีกด้วย เต็มเปี่ยมด้วยขุมพลังกับหน่วยประมวลผล Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของเทคโนโลยี ไอวี่ บริดจ์ (Ivy Bridge) เพื่อการโอเวอร์คล็อกอย่างเหนือชั้น ควบคู่มากับ Super Hybrid Engine II เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของเอซุส จึงสามารถรีซูมระบบได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 วินาที พร้อมระบบสแตนด์บาย ที่ยาวนานถึง 14 วัน ด้วยเทคโนโลยี IOIC (Instant On, Instant Connect)โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามสะดุดตา และ Touchpad ที่พัฒนาให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำยิ่งขึ้น การันตีด้วยรางวัล Reddot 2012 Design Award รวมทั้งบริการเก็บข้อมูล ระบบคลาวด์ (Cloud) บนพื้นที่ 32 GB โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลาถึง 3 ปี เพิ่มความคล่องตัวและสะดวกสบายในการใช้งาน.
ที่มา :

Intel ดันอัลตร้าบุ๊กชาร์จไร้สายมือถือได้

             เทคโนโลยีชาร์จเจอร์ไร้สาย Palm Pre ที่ทำงานร่วมกับเคสสมาร์ทโฟน โดยเผยโฉมเมื่อปี 2009 กันได้บ้างนะครับ ซึ่งตอนนั้นมันเป็นกระแสทีได้รับความสนใจไม่น้อยทีเดียว ล่าสุด อินเทล (Intel) มีคำตอบที่น่าสนใจกว่า (หรือเปล่า ?) เมื่อทางบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาให้ระบบชาร์จไร้สายเข้าไปอยู่ใน "อัลตร้าบุ๊ก" โน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ทีคล้ายแมคบุ๊กแอร์ เน้นบางเบาเร้าใจใช้แบตฯ นาน ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก
เว็บไซต์ DigiTimes ระบุว่า อินเทลอาจจะเริ่มผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีชาร์จแบตฯ ไร้สายของทางบริษัทกับอัลตร้าบุ๊ก และสมาร์ทโฟน ในไอเดียก็คือ อัลตร้าบุ๊กจะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงาน โดยทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นภาคส่งสัญญาณไปกระตุ้นระบบการชาร์จแบตฯ ไร้สายให้กับสมาร์ทโฟน ข้อมูลอ้างอิงจากอินเทลยังระบุอีกด้วยว่า ผลลัพธ์ของเทคโนโลยีนี้จะใช้พลังงานที่ต่ำกว่า และจะวางสมาร์ทโฟนไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เฉพาะของมัน แต่ต้องไม่ห่างเกินไป
            "ชาร์จไร้สายสมาร์ทโฟนด้วยอัลตร้าบุ๊ก" ฟังดูไอเดียน่าสนใจใช่ไหม แต่มันดูเหมือนว่า อัลตร้าบุ๊ก และสมาร์ทโฟนต้องทำงานร่วมกันได้ ซึ่งเท่าที่ทราบ อินเทลเองก็เพิ่งจะมีสมาร์ทโฟนของตนเองแค่รุ่นเดียวเท่านั้น ในขณะที่ผู้ผลิตพีซีหลายๆ รายที่ทำสมาร์ทโฟนด้วยส่วนใหญ่ใช้โพรเซสเซอร์ ARM แล้วความพยายามครั้งนี้ของอินเทลจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ต้นทุนในการทำระบบชาร์จไร้สายเข้าไปในสามาร์ทโฟนยังค่อนข้างสูงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ผลิตรายได้สนใจที่จะพัฒนาสินค้าออกมา อย่างไรก็ตาม หากอินเทลตั้งใจจะที่จะผลักดันตลาดนี้จริง (ใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้ในสมาร์ทบุ๊กเป็นตัวผลักดันให้เหล่าบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหันมาใช้ชิปของอินเทลในการผลิต) ทางบริษัทคาดว่า ผู้บริโภคจะได้ใช้อัลตร้าบุ๊กที่มาพร้อมกับระบบชาร์จไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนภายในครี่งหลังของปี 2013

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13910/index.html

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Windows 8 "บังคับ"ล็อกอิน Metro UI

             รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า Windows 8 เวอร์ชัน RTM ได้ถูกส่งมอบให้กับโรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึงการกำหนดราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับการอัพเกรดไปใช้ Windows 8 ให้กับคอมพิวเตอร์ที่รัน XP, Vista และ Windows 7 ขณะนี้มีผู้ใช้ Windows 8 ในองค์กรหลายๆ รายได้ใช้กันแล้ว แต่ประเด็นที่ผู้ใช้หลายคนติงกันมาก็คือ อินเตอร์เฟซ Metro UI หรือ Windows 8 Style UI ที่เหมาะกับระบบสัมผัสมากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าหน้าจอเริ่มต้นหลังล็อกอินจะเข้ามาที่อินเตอร์เฟซนี้ และไม่สามารถตั้งให้ล็อกอินเข้าไปในโหมด Desktop (แบบ windows 7) ได้เลยทันที
             กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกเหมือนกันสำหรับผู้ใช้ เนื่องจาก Windows 8 เวอร์ชันอย่างเป็นทางการจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นเข้าสู่ระบบการใช้ในโหมดเดสก์ทอปได้โดยตรง ซึ่งเวอร์ชันทดสอบก่อนหน้านี้ยังทำได้อยู่เลย นั่นหมายความว่า ผู้ใช้ทุกคนจะต้องล็อกอินเข้าไปยังอินเตอร์เฟซ Metro UI ก่อนทุกครั้ง ส่วนใครที่ได้มีโอกาสดาวน์โหลด Windows 8 เวอร์ชันทดสอบล่าสุดจะพบว่า ผู้ใช้สามารถสร้างชอร์ทคัท เพื่อสลับหน้าจอการทำงานไปเป็นโหมดเดสก์ทอปของ Windows 8 ได้ ซึ่งชอร์ทคัทดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เข้าสู่โหมดเดสก์ทอปได้ทันทีหลังจากล็อกอินเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ มันน่าจะเป็นคุณสมบัติการทำงานที่ผู้บริโภคต้องการเมื่อบู๊ตเข้าไปใน Windows 8 การที่จะต้องเข้าไปเจอ Metro UI ก่อน แล้วค่อยเลือกโหมดเดสก์ทอป เข้าใจว่าสาเหตุที่ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่า มันทำให้ Windows 8 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร กลายเป็นของเก่าที่มีหน้าจอแบบเดิมๆ นั่นเอง
       นอกจากการบล็อคไม่ให้ผู้ใช้ Windows 8 สามารถบู๊ทระบบเพื่อเข้าสู่โหมดเดสก์ทอปได้โดยตรงแล้ว ผู้ใช้ในองค์กรบางรายยังประเมินอีกด้วยว่า ไมโครซอฟท์จะไม่อนุญาตให้แอดมินสามารถใช้ Gorup Policy เพื่อกำหนดให้การบู๊ทเครื่องสามารถกระโดดข้าม Metro UI ได้เช่นกัน แม่ Windows 8 จะมาพร้อมกับคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดให้ใช้มากมาย เพื่อลดการโต้ตอบกับอินเตอร์เฟซแบบ Metro ด้วยเมาส์ที่อาจจะใช้งานได้ไม่ถนัดเท่าจอสัมผัส แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่อินเตอร์เฟซแบบสัมผัสที่ไม่เหมาะกับเมาส์แต่เข้ากับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี คุณค่าของการทำงานของระบบกลับไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ไมโครซอฟท์จะเผยทางลัดในการเข้าถึงเดสก์ทอปโหมดได้โดยตรง หรือไม่? หรือจะยังคงบังคับให้ใช้ Metro UI เพื่อเอาใจอัลตร้าบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กสายพันธุใหม่ ตลอดจนแท็บเล็ตทีเน้นการใช้จอสัมผัส ซึ่งผลที่ได้จะทำให้ผู้ใช้ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ทีรัน Windows 8 ต้องเลือกฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับจอสัมผัส
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13735/index.html

Nina แอพน้องๆ Siri รันบน iOS, Android

       Nuance บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลบี Dragon Naturally Speacking voice recognition หรือระบบรู้จำเสียงพูดที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Siri บน iPhone ของ Apple ล่าสุดทางบริษัทได้ออกชุดคิทสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์ และ API สำหรับการสร้างไคลเอ็นต์ของธุรกิจองค์กร เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างระบบสัง่การด้วยเสียงพูดแบบธรรมชาติเข้ากับแอพฯ ทั้งบน Android และ iOS
           Nina เป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่มีความสามารถในการทำงานที่แตกต่างจาก Siri เนื่องจากทาง Apple ไม่ยอมให้ใช้เทคโนโลยี Siri กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่ไม่ใด้ทำงานอยู่ในแพลตฟอร์มของ Apple แหล่งข่าวกล่าวว่า Nina เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่บริษัท Nuance ทำได้ นั่นคือ ระบบรู้จำเสียงพูด, Text-to-speech ระบบเปลี่ยนข้อความเป็นเสียงพูด ความเข้าใจภาษาธรรมชาติ (ภาษาทีมนุษย์ใช้พูดคุยตามปกติ ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะ) และเทคโนโลยีชีวมาตรที่สามารถระบุเจ้าของเสียง (voice-ID biometric techonology) บริการของ Nina ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับธุรกิจต่างๆ อย่างเช่น ธนาคาร, ประกันภัย และธุรกิจบริการลูกค้าที่เน้นการสื่อสารให้ข้อมูลกับลูกค้าเป็นหลัก (คล้ายกับ call center)
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13737/index.html

Google เตรียมพัฒนาวอยซ์เสิร์ช ภาษาไทย

   "กูเกิล" เล็งพัฒนา"วอยซ์ เสิร์ช" ภาษาไทย หวังตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าไทย หนุนบริการกูเกิลเติบโตก้าวกระโดด
               นางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารและมวลชนสัมพันธ์ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า กูเกิลมีแผนพัฒนา "กูเกิล วอยซ์ เสิร์ช" ในไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพราะทีมงานพัฒนาต้องเข้ามาศึกษาเรียนรู้การออกเสียง หรือคำต่างๆ ในภาษาไทย "กูเกิลมีแผนพัฒนา วอยซ์ เสิร์ช เป็นภาษาไทย จากปัจจุบันที่ให้บริการเฉพาะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และในภาษาอื่นๆ สำหรับภาษาไทยคงต้องใช้เวลาศึกษาการออกเสียงในภาษาไทย เพื่อให้ระบบของกูเกิลประมวลผลได้"นางเอมี่ กล่าวด้วยว่า เป็นไปได้ที่อาจต้องหาสำนักงานกูเกิลแบบถาวร เพื่อรองรับทีมงานที่มีเพิ่มขึ้น ปัจจุบันออฟฟิศกูเกิลได้เช่าพื้นที่ของตึกเซ็นทรัลเวิลด์ฝั่งสำนักงานอยู่ ปัจจุบันมีทีมงานมากกว่า 20 คนแล้ว ซึ่งปีนี้ จะครบ 1 ปี ของการเข้ามาเปิดสำนักงานกูเกิลในไทยด้วย เธอกล่าวด้วยว่า กูเกิล ยังคงมีแผนจะพัฒนาบริการที่มีอยู่ให้เป็นเวอร์ชั่นท้องถิ่นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศให้มากที่สุด โดยเฉพาะในไทยที่แนวโน้มการใช้งานเกือบทุกบริการของกูเกิลเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกปี โดยเฉพาะบริการเสิร์ช เอ็นจิน
       ล่าสุด กูเกิล ได้แนะนำบริการเสิร์ชรูปแบบใหม่ "กูเกิล โนว์เลจ กราฟ" (google knowledge graph) ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยบริการใหม่นี้ จะสามารถค้นหาข้อมูลเชิงลึกในเชิงข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ค้นนั้นๆ เน้นข้อมูลที่เป็นสาธารณะเป็นหลัก นอกเหนือจากลิงค์ที่เกี่ยวข้อง หรือรูปภาพ โดยผู้ใช้งานจะสามารถเห็นข้อมูลที่ค้นหาทั้งหมดแตกแขนง แยกย่อยภายใน 1 หน้า อย่างไรก็ตาม บริการดังกล่าวในไทย ยังใช้งานไม่ได้ เพราะระบบของกูเกิลจะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องราวเชิงลึกของข้อมูลต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกในแบบฉบับภาษาไทย ซึ่งคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีกสักระยะ
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13882/index.html

Dell เข็นโมบายเวิร์กสเตชั่น15และ17นิ้ว

           เดลล์ เปิดตัว Dell Precision โมบายเวิร์กสเตชั่น 2 รุ่นล่าสุด M4700 และ M6700 เจาะกลุ่มพาวเวอร์ยูสเซอร์ ทำงานด้านวิศวกรรมและออกแบบ
             เมื่อเร็วๆ นี้ เดลล์ ประกาศเปิดตัว Dell Precision โมบายเวิร์กสเตชั่นรุ่นล่าสุด รองรับการทำงานในอนาคตด้านวิศวกรรมและงานออกแบบสำหรับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น ผู้ตัดต่อฟิล์มภาพยนตร์ สถาปนิกก่อสร้าง นักธรณีฟิสิกส์ภาคสนาม และคนทำงานภาคสนาม โดยสามารถทำงานกราฟิกหรือคำนวณแอพพลิเคชั่นที่ต้องการการประมวลผลสูงทำได้อย่างรวดร็ว นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โมบายเวิร์กสเตชั่นตระกูลใหม่มาพร้อมประสิทธิภาพ อิสระ และดีไซน์ บริษัทมีแนวคิดสานต่อการสร้างตำนานการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเวิร์กสเตชั่นซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น NVIDIA 3D Vision Pro กราฟิก Gen 3 ความเร็ว 1866 เมกะเฮิรตซ์บนโมบายเวิร์กสเตชั่น ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรและออกแบบงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าจะทำงานจากจุดใด ทั้งนี้ เดลล์ สานต่อการสร้างความเป็นผู้นำเวิร์กสเตชั่นด้วยระบบใหม่ 2 รุ่น ประกอบด้วย Dell Precision M4700 และ M6700 โดย M4700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นขนาด 15 นิ้ว ที่ให้ความสะดวกในการพกพาและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ M6700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นที่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าเวิร์กสเตชั่นตั้งโต๊ะและประสิทธิภาพกราฟิกที่ดีกว่า พร้อมจอภาพขนาด 17 นิ้ว Covet Edition อันโด่งดัง รองรับจอภาพ 17 นิ้ว พร้อมสีสันร้อนแรงของตัวเครื่องด้วยสีแดงนกฟีนิกซ์ โดดเด่นดึงดูดใจด้วยขอบแก้วกอริลล่า (Corning Gorilla Glass 2) ให้ภาพที่สว่างกว่า มีความทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์อินเทลรุ่นล่าสุด Intel Core i5 และ i7 Extreme Edition พร้อมเทคโนโลยี Turbo Boost ที่ให้ประสิทธิภาพและกราฟิกการ์ดสำหรับมืออาชีพ ประกอบด้วย NVIDIA Quadro K-series GPUS และกราฟิกการ์ด AMD FirePro ทั้งนี้ M6700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่นำเสนอ AMD FirePro M6000 ที่มาพร้อมกับ PCIe x16 Gen 3 ที่ให้การประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้โมบายเวิร์กสเตชั่นทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR3 SDRAM ความจุสูงสุด 32 กิกะไบต์ ความเร็ว 1600 เมกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำสูงสุด 16 กิกะไบต์ ด้วยความเร็ว 1,866 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่เร็วที่สุดในตลาดโมบายเวิร์กสเตชั่นในปัจจุบัน ให้ประสิทธิภาพสูงและการเข้าถึงชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ฮาร์ดไดร์ฟโซลิตสเตท SATA 512 กิกะไบต์
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13885/index.html

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

จีเมล์ ของคุณโผล่ในผลลัพธ์เสิร์ชกูเกิ้ล

                    กูเกิ้ล (Google) กำลังเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเสิร์ชเอ็นจิ้นของทางบริษัทเข้ากับบริการจีเมล์ (Gmail) ทีมีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก โดยหวังว่า มันจะทำให้ผู้ใช้ได้รับการตอบสนองข้อมูลส่วนตัว และตรงกับความต้องการมากขึ้น และเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยการทดลองคุณสมบัติการทำงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
                   ผลของการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้เสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ลได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปสำรวจข้อมูลที่อยู่ในบัญชีผู้ใช้จีเมล์ เพื่อนำข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาผูกเข้ากับผลลัพธ์เสิร์ช ตัวอย่างเช่น สมมติคำที่คุณเสิร์ชมีคำว่า "Apple" ผลลัพธ์ที่ปรากฎขึ้นมา ก็อาจจะมีอีเมล์นิวสเล็ตเตอร์หลายๆ ฉบับของ Apple ที่ส่งมาให้คุณได้ หรือแม้แต่อีเมล์แจ้งการส่งผลิตภัณฑ์ หากคุณได้สั่งซื้อสินค้าจากแอปเปิ้ลผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น โดยผลลัพธ์ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลจากจีเมล์จะแสดงขึ้นมาด้านขวาถัดจากพื้นที่แสดงผลลัพธ์หลักทีอยู่ตรงกลาง และในบางกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ผลลัพธ์การค้นที่เจาะเข้าไปในอินบ๊อกซ์ของจีเมล์ของคุณก็อาจจะโผล่ที่ด้านบนสุดของหน้าผลลัพธ์พร้อมทั้งไฮไลท์คำตอบที่ได้จากอีเมล์ด้วย เช่น หากคุณเสิร์ขคำว่า "my flight" กูเกิ้ลจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินที่แน่นอน ซึ่งดึงมาจากจีเมล์ของคุณ ซึ่งรวมถึงการค้นหาผลลัพธ์ที่คล้ายๆ กันนี้เช่น การเสิร์ชเกี่ยวกับการสั่งจองที่นั่งในภัตตาคาร หรือตั๋วคอนเสิร์ทผ่านทางออนไลน์ งานนี้ไม่ใช่แค่กูเกิ้ลจะเข้าไปสแกนจีเมล์ เพื่อหาคีย์เวิร์ดมาเชื่อมกับโฆษณาในเว็บของตนเท่านั้น แต่มันยังทำอินเด็กซ์ของเมล์ทุกฉบับในจีเมล์อีกด้วย
              แม้กูเกิ้ลจะเป็นผู้นำทางด้านเสิร์ชเอ็นจิ้นของโลก แต่ก็ยังคงมีเรื่องกังวลเกียวกับหอกข้างแคร่อย่างบริการโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก เนื่องจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ทำให้การแชร์ข้อมูลข่าวสารทำได้ง่ายกว่า และทำให้เว็บพวกนี้เริ่มที่จะดึงผู้คนเข้าไปใช้บริการได้มากขึ้นเรื่อยๆ แทนการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด และลิงค์ต่างๆ ในเสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ล ด้วยเหตุนี้เอง กูเกิ้ลจึงต้องพยายามที่จะปรับปรุงบริการด้วยการสร้างบริการที่มีความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้มากขึ้น และนำบริการเหล่านี้เชื่อมต่อเข้ากับท่อใหญ่อย่างเสิร์ชเอ็นจิ้น การผสานข้อมูลในอีเมล์เข้าไปในผลลัพธ์เสิร์ชอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้กูเกิ้ลในเรื่องของความเป็นส่วนตัว กูเกิ้ลหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวด้วยการแสดงผลลัพธ์ส่วนตัวจากจีเมล์ของผู้ใช้ในหน้าผลลัพธ์ในลักษณะของแท็บที่ต้องคลิก เพื่อเปิดออกมาดูรายละเอียดได้ แทนที่จะโชว์หราขึ้นมาให้เห็นทันที นอกจากนี้ผู้ใช้จะเห็นข้อมูลนี้ได้จะต้องลงทะเบียนก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลพยายามเชื่อมบริการจีเมล์เข้ากับเสิร์ชอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยคุณสมบัติใหม่จะเริ่มให้กับผู้ใช้ทีสนใจแค่ 1 ล้านรายก่อน ซึ่งจะต้องเข้าไปลงทะเบียนยินยอมให้เกิดการเชื่อมบริการที่ http://g.co/searchtrial เทียบกับจำนวนผู้ใช้จีเมล์ทั้งหมด 425 ล้านราย (ตลอด 8 ปีทีผ่านมา) ถือว่าเป็นกลุ่มทดลองใช้งานที่เล็กมาก หลังจากได้ฟีดแบ็คการใช้งานจากผู้ใช้กลุ่มนี้ กูเกิ้ลหวังว่า จะมีโอกาสได้ให้บริการจีเมล์ลักษณะนี้กับผู้ใช้บริการที่เหลือทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้จีเมล์หลายร้อยล้านรายจะยินยอมให้ข้อมูลของตนเข้าไปอยู่ในหน้าผลลัพธ์การเสิร์ชของกูเกิ้ล นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังพยายามที่จะแสดงข้อมูลจากบริการอีเมล์ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ด้วย ทางด้านคู่แข่งอย่างไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดให้ข้อมูลในบริการเว็บเมล์ของตนเข้าไปอยู่ในเสิร์ชของกูเกิ้ล ในขณะที่ยาฮูไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13783/index.html

ไวรัสโฉด"ฉกข้อมูลแบงค์"คุณ

         Kaspersky บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชั้นนำเผยว่า พบการแพร่กระจายของไวรัส Gauss ภัยคุกคามบนคอมพิวเตอร์ที่แต่เดิมมีเป้าหมายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในตะวันออกกลาง โดยมันสามารถขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข่น ล็อกอินและพาสเวิร์ดในการเข้าถึงบัญชีธนาคารออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ กลไกการขโมยข้อมูลข้อมูลของ Gauss ยังไม่เคยพบในมัลแวร์ตัวใดอีกด้วย
         Gauss จะขโมยข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น ประวัติการท่องเว็บในบราวเซอร์ (browser history) คุ้กกี้ (cookies) รหัสผ่าน (password) และค่ากำหนดการทำงานต่างๆ ของระบบ (system configurations) แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ การที่มันสามารถสวมรอยการเข้าถึงระบบบริการธนาคารออนไลน์ และวิธีชำระค่าบริการต่างๆ ได้มากมาย โดยกลไกการเจาะข้อมูลของ Gauss จะพุ่งตรงไปที่ลูกค้าธนาคาในเลบานอนเช่น Bank of Beirut, EBLF, BlomBank, ByblosBank, FransaBank ตลอดจนบริการบัตรเครดิตอย่าง Citibank และบริการชำระค่าสินค้า-บริการออนไลน์อย่าง PayPal
          นักวิจัยที่ Kaspersky Lab ได้ร่วมมือกับ CrySyS ศูนย์วิจัยในฮังการี พัฒนาเครื่องมือออนไลน์ที่สามารถตรวจจับได้ว่า อุปกรณ์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ของคุณติดมัลแวร์ Gauss เข้าไป หรือไม่? อย่างไรก็ตาม Kaspersky กล่าวย้ำว่า วิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดคือ การตรวจสอบด้วยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (อย่างเช่น Kaspersky Anti-Virus 2012) สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นโดย CrySys สามารถสแกนระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์โมบายต่างๆ ได้ เพียงแค่คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ gauss.crysys.hu จะปรากฎข้อความว่า "We are now testing your computer for Gauss infection and Palida font installation." หลังจากตรวจสอบเสร็จ มันจะแสดงลิงค์ข้อความว่า "Click here for results" ให้คลิกที่ลิงค์ดังกล่าว หากพบข้อความ "Your computer seems to not have Palida fonts installed. Your computer is probably not infected by Gauss malware. Please, however, cross-check with antivirus products!" ก็แสดงว่า ระบบที่ใช้อยู่ไม่น่าจะติดมัลแวร์ Gauss แต่ถ้าจะให้มีนใจก็ควรจะตรวจสอบซ้ำอีกด้วยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส อืม...แล้วควรจะเชื่อมันดีไหม
             CrySyS ตั้งข้อสังเกตว่า มันมีการพบผลลัพธ์แปลกๆ บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ด้วย โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน HTC ซึ่งทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า อุปกรณ์โมบายดังกล่าวโดนมัลแวร์ตัวนี้เล่นงาน หรือไม่? หากตรวจพบผลลัพธ์แปลกๆ บนสมาร์ทโฟน HTC ทางบริษัทแนะนำให้ทดลองสแกนด้วยแอนตี้ไวรัสอีกทีจะชัวร์กว่า อย่างไรก็ตาม หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ตรวจพบว่า ระบบคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของคุณติดมัลแวร์ Gauss ทาง Kaspersky เสนอให้ความช่วยเหลือ โดยติดต่อสอบเข้าไปได้ที่อีเมล์ theflame@kaspersky.com ยังไงก็ขอให้ปลอดภัยกันทุกคนนะครับ

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13879/index.html

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Galaxy Note 2

             หลังจากปล่อยให้มีกระแสข่าวลือมาพักใหญ่ๆ แล้ว ล่าาสุด Samsung ประกาศว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัว Galaxy Note รุ่นใหม่ในงาน Samsung Mobile Unpacked 2012 ที่จะจัดขึ้น ณ.กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ในวันที่ 29 สิงหาคม
             หากใครรู้สึกว่า Galaxy Note ที่ใช้อยู่ยังมีหน้าจอเล็กไป รออิกนิดหนึ่ง เพราะปลายเดือนนี้ ทางซัมซุงจะเปิดตัว Galaxy Note 2 แท็บเล็ต+สมาร์ทโฟน ทีมีรายงานว่า หน้าจอของมันจะใหญ่กว่าเดิมอีกเล็กน้อย เพราะในงานที่ทางบริษํทจะจะขึ้นในวันที่ 29 ส.ค.นี้จะมีการเปิดตัว Galaxy Note รุ่นใหม่อย่างแน่นอน Samsung Galaxy Note II จะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ใหญ่กว่าเดิมคือ 5.5 นิ้ว (รุ่นปัจจุบัน 5.3 นิ้ว WXGA ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล) พร้อมด้วย Exynos 4 Quad-core processor 1.6 GHz กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล และแอนดรอยด์เวอร์ชันใหม่ Android 4.0 Ice Cream Sandwich (อัพเกรดเป็น Jelly Bean ได้)
                   ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวอย่างเว็บไซต์ AllThingsD ได้เคยรายงานว่า ซัมซุงจะจัดงานในวันที่ 29 สิงหาคม แต่ไม่ได้บอกว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นอะไร ซึ่งล่าสุดทางบริษัทก็ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า มันคือ Samsung Galaxy Note รุ่นใหม่ (จะเรียก Note 2 หรือเปล่า ไม่ยืนยัน) ประเด็นที่หลายคนจับตามองกันอยู่ก็คือ การประกาศเปิดตัวในช่วงวันเวลาดังกล่าว ดูเหมือนจะเป็นการตัดหน้า iPhone 5 (บางทีอาจจะมี iPad Mini ด้วย) ของ Apple ทีมีข่าวออกมาเช่นกันว่า กำหนดการเปิดตัวอาจก่อนวาระปกติ โดยอาจจะเป็นวันที่ 12 กันยายน ซึ่งหลังจาก Galaxy Note 2 เปิดตัวประมาณสองสัปดาห์ เอ้า...สาวก Samsung ทราบแล้วเปลี่ยน(เครื่อง)อีก หรือเปล่า


ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13602/index.html

Galaxy Note 10.1

                ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ซัมซุง (Samsung) เปิดตัว Galaxy Note สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.3 นี้ แถมยังมีสไตลัส ทางบริษัทระบุว่า มันเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แต่อยู่ระหว่างแก็ดเจ็ตทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ได้ใช้งานต่างให้ความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า มันคือ สมาร์ทโฟนที่จอใหญ่มาก
               สำหรับ Note รุ่นต่อไปที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ มันไม่ใช่สมาร์ทโฟนแน่นอน โดยเมื่อวานนี้ ทางซัมซุงประกาศว่า Galaxy Note 10.1 จะเปิดตัวในช่วงเดือนนี้ โดยจะเป็นแท็บเล็ตสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมกับสไตลัส แต่หากจะพูดกันตรงๆ Note 10.1 จะมีสเป็กแรงกว่า Galaxy Tab 2 10.1 และมีการเพิ่มซอฟต์แวร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ S Pen เพื่อบันทึกข้อความด้วยลายมือ จับภาพแค่บางส่วน แก้ไขภาพถ่าย และความสามารถอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ใช้ Note รุ่นปัจจุบันใช้งานกันอยู่ Galaxy Note 10.1 จะมีความละเอียดของหน้าจอ 1,280 x 800 พิกเซล และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.0 และใช้ควอดคอร์โพรเซสเซอร์ Exynos 1.4GHz ของ Samsung หน่วยความจำ 2GB ส่วน Galaxy Tab 2 10.1 จะใช้ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ความเร็ซ 1GHz และหน่วยความจำแค่ 1GB เท่านั้น

            ในขณะที่ซัมซุงประกาศว่าจะปิดตัว Galaxy Note 10.1 ที่สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ทางบริษัทก็ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจนว่าจะเป็นวันที่เท่าไร และเมื่อมีการสอบถามถึงงานเปิดตัว Galaxy Note ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม ศกนี้ที่นิวยอร์กว่า ซัมซุงจะมุ่งเน้นไปที่ Note 10.1 หรือ Note 2 ตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ ทางบริษัทปฏิเสธที่จะคอมเมนต์ นั่นหมายความว่า เราคงต้องรอดูในงานกันอีกที ซึ่งหากมีความคืบหน้า หรือความเคลื่อนไหวประการใด ทางเว็บไซต์ arip จะรีบนำเสนอให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทราบทันทีเช่นกัน

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13691/index.html

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โซนี่ ไซเบอร์ช็อต RX100

        โซนี่ส่งกล้องไซเบอร์ช็อต RX100 รุ่นแรกที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1 นิ้ว ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซลและรูรับแสงกว้างสุด F1.8 ครั้งแรกของโลก เหมาะกับการถ่ายภาพที่แสงน้อยด้วยความไวแสงที่สูงถึง ISO 25600 แต่ยังคงรูปทรงเพรียวบาง
              บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เตรียมวางตลาดกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นล่าสุด Cyber-shot RX100 ครั้งแรกในเมืองไทย นับเป็นกล้องไซเบอร์ช็อตรุ่นแรกที่มาพร้อม เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้ว ตัวกล้อง RX100 ทำด้วยอลูมิเนียมที่ได้รับการออกแบบ และประกอบขึ้นอย่างปราณีตบรรจงให้มีทั้งความแข็งแรง กะทัดรัดบางเบา และหรูหรา ภายในตัวกล้องยังบรรจุสมรรถนะในการทำงานด้านภาพที่ล้ำหน้ามากมายที่ถ่ายทอดมาจากกล้องอัลฟา A-Mount และ E-Mount ของโซนี่ จึงทำให้เหมาะทั้งการถ่ายภาพในการเดินทางท่องเที่ยว, ถ่ายภาพบุคคล หรือภาพแนว Street Photography จากทั้งคุณภาพของภาพและการปรับควบคุมที่สะดวกยังทำให้ RX100 เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการยกระดับจากการใช้กล้องคอมแพคอีกด้วย รวมทั้งยังเหมาะสำหรับการเป็นกล้องตัวที่สองขนาดกระทัดรัดสำหรับผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพซึ่งต้องการบันทึกภาพนิ่งและภาพวิดีโอ Full HD ในขณะที่เดินทาง
              สำหรับเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้ว มีความละเอียดในการบันทึกภาพ 20.2 ล้านพิกเซลครั้งแรกของโลก เซ็นเซอร์ที่ถูกพัฒนาเป็นพิเศษ โดยมีพื้นที่ใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ภาพในกล้องคอมแพคทั่วไปที่มีขนาด 1/2.3 นิ้ว จึงบันทึกแสงได้มากกว่ากล้องที่ใช้เซ็นเซอร์เล็กกว่า โดยนี่คือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ภาพที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความสวยงาม รวมทั้งภาพวิดีโอ Full HD โดยที่มีสัญญาณรบกวนต่ำมาก ขณะที่ เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่มาพร้อมกับเลนส์ Carl Zeiss Vario-Sonnar T ออฟติคอลซูม 3.6 เท่าที่มีความไวแสงเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากกล้องคอมแพคทั่วๆไป เพราะรูรับแสงกว้างสุด F1.8 ช่วยให้แสงเข้าสู่เซ็นเซอร์ Exmor CMOS ขนาด 1 นิ้วได้มากขึ้น
              นอกจากนี้ยังเหมือนกับเลนส์คุณภาพสูงสำหรับกล้อง DSLR ที่มีไดอะแฟรมของรูรับแสงแบบวงกลม 7 ใบทำให้สามารถสร้างเอฟเฟกต์ Bokeh ในภาพอย่างช่างภาพมืออาชีพได้ง่าย ขณะที่วัตถุที่ถูกโฟกัสคมชัดโดยมีฉากหลังที่เบลอเรียบเนียน นอกจากนี้เลนส์ยังประกอบไปด้วยชิ้นแก้ว Advance Aspherical (AA) จึงทำให้กล้องมีขนาดกระทัดรัดได้โดยที่ไม่มีผลต่อการลดคุณภาพของภาพ ด้านหน่วยประมวลผลภาพ BIONZ ที่ตอบสนองต่อการบันทึกภาพอย่างรวดเร็วพร้อมกับทำให้ภาพดูใสคมชัดเป็นธรรมชาติ รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความไวแสงให้สูงถึง ISO 25600 (ด้วยการใช้การทำงาน MultiFrame Noise Reduction) ทำให้สามารถถือกล้องถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การถ่ายภาพต่อเนื่องอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วถึง 10 ภาพ/วินาที (ที่ความละเอียดสูงสุด) ยังช่วยให้คุณสามารถบันทึกภาพได้ในทุกเสี้ยววินาที ขณะที่ระบบออโตโฟกัสความเร็วสูงจะช่วยล็อควัตถุในภาพของคุณได้ในเวลาเพียง 0.13 วินาที แม้จะเป็นการบันทึกภาพกลางแจ้ง แต่สามารถเห็นรายละเอียด และโทนของภาพได้ชัดเจนด้วยหน้าจอ Xtra Fine LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 1,229,000 จุด ให้ความสว่างและคอนทราสต์สูง โดยจอภาพได้ใช้เทคโนโลยี WhiteMagic ใหม่ ซึ่งใช้พิกเซลสีขาวเพิ่มเข้าไปในพิกเซล RGB เพื่อเพิ่มความสว่างของจอ ยิ่งกว่านั้น ยังสามารถปรับภาพได้ละเอียดด้วยการปรับตั้งค่าแบบแมนนวลได้อย่างหลากหลาย ทั้งในการบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอ Full HD
            สัมผัสประสบการณ์บันทึกภาพที่น่าตื่นเต้นซึ่งจะสร้างความประทับใจด้วยวงแหวนควบคุม Control Ring รอบตัวเลนส์ที่โดดเด่น ที่จะช่วยให้ปรับควบคุมการบันทึกภาพ, ซูม, Picture Effect และการควบคุมอื่นๆ ได้อย่างราบเรียบด้วยปลายนิ้ว ซึ่งช่วยให้สามารถสร้างสรรค์ภาพได้ง่ายด้วยการควบคุมเหมือนกับกล้อง DSLR ผู้ใช้สามารถเข้าสู่การปรับควบคุมการทำงานที่ใช้บ่อยได้ทันทีด้วยการกำหนดให้ปุ่ม Fn (Function) ที่ใช้งานได้สะดวกเป็นการปรับควบคุมนั้น นอกจากนี้ด้วย Memory Recall ยังช่วยบันทึกการทำงานต่างๆ ได้ 3 กลุ่มเพื่อจะสามารถเรียกใช้ได้ทันที ช่วยให้สะดวกและรวดเร็วจากการปรับกล้องเพื่อเข้าสู่ระบบการทำงานที่ต้องการสำหรับบันทึกภาพ ขณะเดียวกันผู้ใช้ยังสามารถเลือกปรับใช้งานโหมดโฟกัสอัตโนมัติ หรือแมนนวลได้ เช่นเดียวกับกล้อง DSLR โดยหากปรับโฟกัสแมนนวล การทำงาน MF Assist จะขยายภาพเพื่อช่วยให้ปรับโฟกัสอย่างละเอียดได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังมีการทำงาน Peaking ที่ให้ความสะดวกโดยจะแสดงไฮไลต์ส่วนที่ถูกโฟกัสชัดในภาพบนจอ LCD โซนี่ยังเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการสร้างสรรค์ เพื่อขยายขอบเขตในการบันทึกภาพ ทั้งสำหรับผู้ที่จริงจังและผู้ที่เริ่มต้นถ่ายภาพ โดยสามารถปรับควบคุมให้ภาพออกมาได้ตามที่ต้องการอย่างละเอียดด้วย 6 ทางเลือกของ Creative Style เพื่อให้เหมาะกับภาพหรือความต้องการของคุณ นอกจากนี้ด้วย Picture Effect ยังให้ทางเลือกในการตอบสนองแรงบันดาลใจด้วยเอฟเฟกต์ภายในตัวกล้องอย่าง Toy Camera, Patrial Color, Pop Color, HDR Painting, Miniature, Illustration, Watercolour และอื่นๆ ซึ่งสามารถดูผลที่เกิดขึ้นได้ก่อนบันทึกภาพบนจอ LCD (Picture Effect ที่เลือกใช้บางอย่างจะไม่แสดงผลให้ดูก่อนบันทึกภาพจริง) ระบบการทำงานที่เหมือนกับกล้องอัลฟา A-Mount และ E-Mount ล่าสุดอย่าง Auto Portrait Framing จะช่วยให้การบันทึกภาพในสถานการณ์ต่างๆ เป็นเรื่องง่าย เพราะ Cyber-shot จะเป็นผู้ทำงานทั้งหมดเอง ทั้งการตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ และครอปภาพให้มีขนาดบุคคลที่ใหญ่ขึ้น และจัดองค์ประกอบภาพเพื่อให้ดูเหมือนภาพถ่ายจากมืออาชีพ โดยที่ไม่ทำให้พิกเซลของภาพลดลง อีกทั้งแบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-BX1 ถูกออกแบบให้มีขนาดที่บาง และมีความจุสูงสามารถบันทึกภาพนิ่งได้มากถึง 330 ภาพ หรือบันทึกภาพวิดีโอ AVCHD ได้ถึง 80 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และพิเศษด้วยกระเป๋ากล้องแบบสะพายในแบบ Jacket Style พร้อมสายสะพายที่ถูกออกแบบให้เข้ากับกล้องอย่างสวยงามลงตัว ที่นอกจากจะให้ความปลอดภัยในการป้องกันตัวกล้องแล้ว ยังให้ความคล่องตัวเพื่อให้ถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ โซนี่ไทยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสั่งจองล่วงหน้าในระหว่างวันที่ 2- 8 สิงหาคม ศกนี้ เท่านั้น พร้อมรับกระเป๋ากล้อง LCJ-RXA มูลค่า 2,490 บาท ฟรี ก่อนวางตลาดจริงในวันที่ 10 สิงหาคม เป็นต้นไป จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้น 22,990 บาท



ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13494/index.html