วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

LG ผุดมอนิเตอร์ LED 3D ไม่ง้อแว่นตา

 

          รายงานข่าวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ LG ในเกาหลีประกาศเปิดตัว DX2000 มอนิเตอร์ LED Backlight ขนาด 20 นิ้วที่สนับสนุนการแสดงผล 3D โดยผู้ใช้ไม่ต้องสวมแว่นพิเศษใดๆ ในการรับชมคอนเท็นต์ที่มีรูปแบบสามมิติทะลุจอแต่อย่างใด
            LG DX2000 มอนิเตอร์ LED ที่มาพร้อมกับฟังก์ชัน 3D แบบไม่ง้อแว่น ซึ่งทางบริษํทได้พัฒนาให้ประสบการณ์ในการรับชมคอนเท็นต์สามมิติมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเว็บแคมที่มาพร้อมกับมอนิเตอร์รุ่นนี้ ไม่เพียงแต่ใช้สำหรับการประชุมผ่านระบบวิดีโอเท่านั้น แต่มันยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ 3D ด้วยเทคโนโลยี Eye Tracking (ตามติดสายตา) ของ LG ซึ่งการตามติดสายตาของผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ทำให้ LG DX2000 สามารถปรับแต่งการแสดงผลภาพ 3D เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นเอฟเฟกต์ 3D ที่ดีที่สุด (ลดการเห็นภาพซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ) นอกจากนี้ LG DX2000 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีแปลงภาพ 2D เป็น 3D และจะวางตลาดในเกาหลี โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1.29 ล้านวอน หรือประมาณ 35,000 บาท
 
 

SpaceBook โน้ตบุ๊คจอคู่แบบสไลด์

    หลายคนอาจคิดว่า แก็ดเจ็ต (Gadget) ที่มีหน้าจอแสดงผลสองจอคงจะพบได้แต่ในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเท่านั้น แต่ล่าสุดบริษัท gScreen ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด (ความจริงเคยนำเสนอเครื่องต้นแบบกันไปแล้วก่อนหน้านี้) ชื่อว่า Spacebook ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลถึง 2 จอด้วยกัน
   gScreen Spacebook 17 เป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไฮเดฟฯ ขนาด 17.3 นิ้ว (ความละเอียด 1920x1080) 2 หน้าจอ ซึ่งแน่นอนว่า มันต้องมาพร้อมกับน้ำหนักที่มากกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป โดย Spacebook 17 จะหนักถึง 10 ปอนด์ (ประมาณ 4.5 กิโลกรัม) และหนาถึง 2 นิ้ว แต่มันทำให้ผู้ใช้ได้ประสบการณ์ในการทำงานบนโน้ตบุ๊คจอคู่ที่สามารถเลื่อนจอ ทำงานแบบจอเดียว หรือสองจอได้ตามต้องการ

  นอกจากนี้ gScreen SpaceBook 17 ยังมีโพรเซสเซอร์ให้เลือกว่าจะใช้ดูอัลคอร์ Intel i5 หรือ Quad-core Intel i7 หน่วยความจำ DDR3 (1333MHz) 4GB หรือ 8GB ส่วนฮาร์ดดิสก์ความจุ 500GB การ์ดหน่วยความจำ NVIDIA GeForce GTS 250M (หน่วยความจำ VRAM 1GB) ไดรฟ์ Super-Multi DVD เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi (802.11b/g/n) พอร์ต USB 2.0 3 พอร์ต แบตเตอรี่ 6 เซล สนับสนุนการเชื่อมต่อเพื่อถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงด้วยพอร์ต FirefWire ตลอดจนพอร์ต HDMI และ Ethernet แม้ gScreen SpaceBook จะมีอันต้องเลื่อนกำหนดการเปิดตัวจากปี 2010 มาเป็นวันนี้ แต่ทางบริษัทก็ได้เปิดให้จอง SpaceBook 17 โน้ตบุ๊คสองหน้าจอ โดยรุ่น Core i5 ราคา 2,395 เหรียญฯ (ประมาณ 72,000 บาท) และ Core i7 จะมีราคา 2,795 เหรียญฯ (ประมาณ 84,000 บาท)

ที่มา : http://www.tvwaimun.com/technology/g_it/item_9583/SpaceBook-โน้ตบุ๊คจอคู่แบบสไลด์

Google เปิดตัวแอพ YouTube บน iOS

     วันนี้ กูเกิ้ล (Google) เปิดตัวแอพฯ ยูทูบ (YouTube) สำหรับไอโฟน (iPhone) เพื่อให้ผู้ใช้เลือกติดตั้งแทนแอพฯ YouTube ที่มาพร้อมกับ iOS ซึ่งแอปเปิ้ล (Apple) เคยบอกว่าจะเอาแอพฯ ตัวนี้ออกจากระบบปฏิบัติการ iOS 6 โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ถูกเปิดเผยออกมาก่อนที่แอปเปิ้ลจะเปิดตัว iPhone 5 ที่มาพร้อมกับ iOS 6 (ที่ไม่มีแอพฯ ยูทูบมาด้วย) ในวันพรุ่งนี้
          การเปิดตัว iOS 6 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหักที่ชัดเจนระหว่างแอปเปิ้ลกับกูเกิ้ล ตั้งแต่ความพยายามทึ่จะเขี่ย Google Maps ออกไป แล้วเสียบกลับเข้าไปด้วยระบบแผนที่ของตนเอง ซึ่งมาพร้อมกับการแสดงเส้นทางการเดินให้กับผู้ใช้ได้แบบ turn-by-turn ฟรีๆ โดย Google จะขาดฟีเจอร์นี้ ในขณะเดียวกันแอพฯ YouTubeที่ปกติจะมาพร้อมกับ iOS ในเวอร์ชันใหม่ มันจะถูกถอดออกไป ผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดมาจาก iTunes App Store เอง สำหรับแอพฯ YouTube เวอร์ชัน iOS ของ Google จะมาพร้อมกับข้อได้เปรียบในการทำงานมากมาย โดยเฉพาะการอัพเดทแอพฯ ที่ไม่ต้องรออัพเดทพร้อม iOS ของ Apple แต่สิ่งที่ดูเหมือน Google จะแฮปปี้กว่าก็คือ การแสดงโฆษณาบนวิดีโอที่เล่นในแอพฯ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในแอพฯ ที่มาพร้อกับ iOS


         นอกจากนี้ แอพฯ YouTube ของ Google ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ของระบบแนะนำช่องรับชมคลิป (Channel Guide) ที่ผู้ใช้สมัครไว้ และคุณสมบัติการค้นหาแบบใหม่ที่สามารถแนะนำคลิปน่าชมขณะพิมพ์คีย์เวิร์ดในช่องเสิร์ชได้ทันที ในขณะเดียวกัน วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับคลิปที่ชม (related videos) และการคอมเมนต์ และถ้าคุณกวาดนิ้วไปทางขวา คุณจะสามารถเข้าถึงหมวดต่างๆ ของวิดีโอบนยูทูบในรูปแบบไทม์ไลน์ หรือการล็อกอินด้วยบัญชีผู้ใช้ของคุณ ตลอดจนเพิ่มช่องวิดีโอของคุณเข้าไปได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์หนึ่งที่ขาดหายไปจากแอพฯ ยูทูบใหม่ในกูเกิ้ลคือ เวอร์ชันบน iPad ซึ่งคงต้องรอไปก่อน

ที่มาข้อมูล : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14201/index.html
ที่มา VDO : http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=HlvEwTDaOFg

Toys R Us เล็งขาย"แท็บเล็ต"เด็กเล่น

      ตลาด"แท็บเล็ต"คึกคักสุดๆ แม้กระทั้งร้านขายของเล่นระดับโลกอย่าง Toys R Us ยังต้องลงมาเล่นด้วยเหมือนกัน โดยล่าสุดทางบริษัทได้โพสต์รายการสินค้าใหม่ชื่อว่า Tabeo แท็บเล็ตขนาดของหน้าจอสัมผัส 7" สำหรับเด็ก ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google อีกทั้งยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชันที่พรีโหลดให้ฟรีถึง 50 ตัว โดยเด็กสามารถเปิดเครื่องและเลือกเล่นแอพฯ ทีต้องการได้ทันที หรือจะโหลดเพิ่มเติมได้อีกด้วย ฟังดูน่าเบื่อใช่ไหมครับ สำหรับการที่"แท็บเล็ต"จะกลายเป็นของเล่นในร้าน Toys R Us แต่เชื่อว่า ด้วยกระแสของอุปกรณ์โมบายยอดฮิตจะทำให้ Tabeo ได้รับความสนใจจากลูกค้าที่เดินเข้าไปในร้านอย่างแน่นอน สนนราคาของแท็บเล็ตสำหรับเด็กอยู่ที่ 150 เหรียญฯ หรือประมาณ 4,500 บาท โดยจะเริ่มวางตลาดในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนรายละเอียดจะมีการเปิดเผยออกมาภายในสัปดาห์นี้ สำหรับดีไซน์ของ Tabeo นอกจากเคสแล้ว หน้าจอ และอินเตอร์เฟซการใช้งาน ไม่แตกต่างจากแท็บเล็ตทั่วไปเลยนิ
            อย่างไรก็ตาม ทอยส์อาร์อัสมองผลิตภัณฑ์อย่าง Tabeo ว่า มันจะสามารถจับลูกค้าที่เป็นเด้กโตได้มากกว่าเด็กเล็ก อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมั่นใจว่า Tabeo จะมีคุณสมบัติบางอย่างที่ถูกใจเด็กที่อายุน้อยด้วย ซึ่งก็คงจะหมายถึงแอพฯ เกมต่างๆ นั่นเอง การทำเซกเมนต์ตลาด"แท็บเล็ต"สำหรับเด็กด้วยวิธีการทำให้มันเป็นผลิตภัณฑ์ในร้านขายของเล่นอย่างที่ Toys R Us ทำอยู่นี้ ถือว่าเป็นวิธีที่ชาญฉลาด และใช้จุดแข็งของร้านให้เป็นประโยชน์ไดเป็นอย่างดี เพระผู้ปกครองหลายคนอาจไม่มั่นใจที่จะซื้อแท็บเล็ตที่เป็นของใช้ให้เด็กเล่นสักเท่าใด วันหยุดปลายปีนี้ เชื่อว่า หนึ่งในสินค้ายอดฮิตคงหนีไม่พ้น"แท็บเล็ต"อย่างแน่นอน
Update: Tabeo เป็นแท็บเล็ตหน้าจอขนาด 7 นิ้วที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า 50 แอพฯ โดยแอพฯ เหล่านี้รวมทั้งเกมต่างๆ และคอนเท็นต์บนอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้รับการออกแบบให้เข้าถึง และใช้งานได้ง่ายมาก สตอเรจภายใน 4GB แต่มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD และมีหน่วยความจำ (RAM) 1GB โพรเซสเซอร์ที่ใช้ทำงานด้วยความเร็ว 1GHz และระบบปฏิบัติการที่ใช้เป็น Android 4.0 Ice Cream Sandwich สเป็กไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14191/index.html

"อีบุ๊ก"ด้วยหนังสือจริง

   โลกการอ่านหนังสือกำลังเปลี่ยนไป เมื่ออีบุ๊ก (e-book) เริ่มแพร่หลาย จากการที่เคยใช้นิ้วพลิกหน้าหนังสือกระดาษกลายเป็นใช้นิ้วสัมผัส หรือกวาดนิ้วไปทางซ้าย หรือขวา เพื่อเปลี่ยนหน้าที่ต้องการอ่าน เพราะเราไม่สามารถสัมผัสแต่ละหน้าหนังสือของอีบุ๊กได้เหมือนหนังสือจริง แต่ไอเดียของการทำแก็ดเจ็ต Elektrobiblioteka จะทำให้คุณสามารถเปิดอ่านอีบุ๊กได้ด้วยการพลิกหน้าหนังสือจริง ตลอดจนการโต้ตอบกับอีบุ๊กผ่านหน้ากระดาษหนังสือจริง ก็ยังทำได้อีกด้วย...ว้าว
          Waldek Wegrzyn ดีไซเนอร์ชาวโปแลนด์ เกิดแรงบันดาลใจในการคิดทำสิ่งตรงข้ามในการเปิดอ่านอีบุ๊ก โดยเปลี่ยนจากอินเตอร์เฟซของเครื่องอ่านทีใช้การสัมผัสไปสู่การใช้"หนังสือเล่ม"จริงๆ ผลลัพธ์คือ คุณสามารถเปลี่ยนหน้าอีบุ๊กได้ด้วยการพลิกหน้าหนังสือจริงที่ทำหน้าที่เหมือนอินเตอร์เฟซของอีบุ๊ก ดีไซเนอร์ทำต้นแบบจากการติดแผ่นโลหะนำไฟฟ้าลงบนหน้ากระดาษแต่ละแผ่น เพื่อให้ทำหน้าที่เชื่อมต่อวงจรการพลิกแต่ละหน้า โดยทดสอบผ่านหลอด LED ก่อนที่จะพัฒนาให้เหมือนหนังสือจริงขึ้นไปอีกขั้นด้วยการผสมหมึกที่มีส่วนผสมของโลหะ เพื่อพิมพ์ลงบนแผ่นกระดาษที่เย็บต่อเป็นเล่ม ก่อนที่จะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เฟซของคอมพิวเตอร์ที่แสดงผล"อีบุ๊ก"บนหน้าจอ
        Elektrobiblioteka เป็นความพยายามที่จะเชื่อมโลกจริง (หนังสือเล่ม) เข้ากับโลกเสมือน (อีบุ๊ก) ซึ่งหนังสือเล่มที่ดีไซเนอร์พัฒนาขึ้นมานี้ นอกจากจะสามารถควบคุมการเข้าถึงอีบุ๊กแต่ละหน้าได้แล้ว มันยังโต้ตอบกับคอนเท็นต์บนอีบุ๊กผ่านการสัมผัสบนหน้ากระดาษหนังสือเล่มจริงๆ ได้อีกด้วย เว็บไซต์ Elektrobiblioteka เปิดให้บริการออนไลน์อยู่ในขณะนี้ น่าเสียดายที่มันเป็นภาษาโปแลนด์


ที่มาข่าวสาร : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14190/index.html
ที่มา VDO Clip : http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&hl=th&v=XPpWE29yeiE

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

โซนี่จ่อเปิดจอง PS Vita รุ่น Wi-Fi

  โซนี่ ไทย เอาใจคอเกมชาวไทย ด้วยการเปิดให้สั่งจอง PlayStationVita รุ่น Wi-Fi ในราคาเพียง 11,990 บาท กับ 2 Value Pack พร้อมของพรัเมียมสุดพิเศษ ขณะที่ SCEH ก็จ่อวางจำหน่าย FINAL FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack สำหรับPS3 เดือน ก.ย.นี้      การเปิดให้สั่งจอง PlayStationVita รุ่น Wi-Fi ในราคาเพียง 11,990 บาท กับ 2 Value Pack ที่มาพร้อมตัวเครื่อง PS Vita รุ่น Wi-Fi, เมมโมรี่การ์ด 4GB และอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง กับสองเกมส์ใหม่ที่เอาใจคอเกมเมืองไทยอย่าง "UNCHARTED: Golden Abyss" กับอีกหนึ่งเกมส์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันอย่าง "LittleBig Planet" โดยคอเกมชาวไทยเตรียมเริ่มสั่งจอง PlayStation Vita รุ่น Wi-Fi ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ก.ย.ศกนี้ เท่านั้น ที่โชว์รูม Sony Store และ www.somy.co.th และร้านตัวแทนจำหน่ายที่เลือกสรร โดยลูกค้าที่สั่งจองสินค้าล่วงหน้าจะได้รับของสมนาคุณพิเศษด้วย
  ผู้ที่สั่งจอง PlayStation Vita (รุ่น Wi-Fi) : ชุด "UNCHARTED : Golden Abyss" จะได้รับของพรีเมียม ได้แก่ กล่องใส่เครื่องสุดแนว (GUILLEMOT UNCHARTED Case) และเสื้อยืด PS Vita สุดเท่ห์ได้ฟรี ภายในงานเปิดตัว PS Vita ที่จะจัดขึ้นที่เซ็นทรัลพระราม 9 ในวันที่ 14 ก.ย.2555 ระหว่างเวลา 18.00น. ถึง 20.00น. ณ ลานจัดงาน PlayStation Vita ชั้น G ส่วนผู้ที่สั่งจอง PlayStation Vita (รุ่น Wi-Fi) : ชุด "LittleBig Planet" จะได้รับของพรีเมียม ได้แก่ เบาะรองนั่ง และกระเป๋าเดินทางลาย LittleBigPlanet โดยรับได้ที่โชว์รูม Sony Store ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2555 เป็นต้นไปผู้สนใจสามารถสั่งจองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Sony Store ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ www.sony.co.thและร้าน .Life
         ด้าน Sony Computer Entertainment Hong Kong (SCEH) ประกาศเตรียมวางจำหน่าย FINAL FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack สำหรับเครื่อง PS3 ที่ประเทศไทยในวันที่ 13 ก.ย.2555 ในราคากลาง 2,990 บาท เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีซีรีส์ FINAL FANTASY เกมยอดฮิตของ PS3 อย่าง FINAL FANTASY XIII และ FINAL FANTASY XIII-2 โซนเอเชียสำหรับเครื่อง PS3 จะออกวางจำหน่ายอีกครั้งด้วยการบรรจุเป็นแพคเกจพิเศษ จำนวนจำกัด ภายใต้ชื่อ FANTASY XIII / FINAL FANTASY XIII-2 Dual Pack พร้อมกับของแถมสุดพิเศษชุดโปสการ์ดแปดแบบ Best 8 Selection สำหรับตัวเกมทั้งสองภาคนั้นจะเป็นเกมเวอร์ชั่นซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยเสียงพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น ที่บันเดิลชุดนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของ Sony Computer Entertainment Asia และ SQUARE ENIX เพื่อที่จะให้คอเกมได้สัมผัสกับประสบการณ์จากโลกของ FINAL FANTASY XIII อย่างเต็มรูปแบบ.

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14138/index.html

เอซุสส่ง โน้ตบุ๊ก K Series

  เอซุส ส่งอัลตร้าบุ๊ก S Series และ โน้ตบุ๊ก K Series จอ 14 นิ้วกับความบางเพียง 21 มิลลิเมตร มาพร้อมกับ Optical Drive ตัวเครื่องทำจากวัสดุอลูมิเนียมบาง-เบาเป็นพิเศษ พร้อมโพรเซสเซอร์ 3rd Generation อินเทล คอร์ล่าสุด เอซุส เปิดตัวโน้ตบุ๊กตระกูล K Series รุ่น K46 (ขนาดจอ 14 นิ้ว) มาพร้อมกับความบางเพียง 21 มิลลิเมตร ผสานเอกลักษณ์การดีไซน์สุดล้ำ และความแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว ซึ่งตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมบาง-เบาเป็นพิเศษ เทคโนโลยี Super Hybrid Engine II ที่ช่วยในการรีซูมระบบภายใน 2 วินาที และสามารถสแตนด์บายได้ยาวนานยิ่งขึ้น เสริมความแรงด้วยหน่วยประมวลผล 3rd Generation อินเทล คอร์ ที่มีให้เลือกความแรงตั้งแต่ คอร์ i3-i7 หน่วยความจำแบบ DDR3 ขนาด 4 GB พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟฟิกแบบ NVIDIA GT 635M รวมทั้งคุณภาพเสียงคมชัดทุกรายละเอียดด้วยเทคโนโลยี SonicMaster แบบฉบับจากเอซุสที่ให้เสียงคมชัดสมบูรณ์ เพื่ออรรถรสในการฟังเพลง การชมภาพยนตร์และการเล่นเกม และยังพกพาเทคโนโลยี Smart Gesture ฟังก์ชั่นการใช้งานของทัชแพด เพิ่มความคล่องตัวและลื่นไหลที่หลากหลายทิศทาง และคีย์บอร์ดแบบ Chiclet พร้อมปุ่มกดที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ภายใต้การออกแบบสวยงามมีสไตล์ ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างครบถ้วน
    สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัว เอซุสได้แนะนำ อัลตร้าบุ๊กตระกูล S Series ใหม่ ที่ชูความโดดเด่นของประสิทธิภาพแห่งการทำงานจากฮาร์ดไดร์ฟแบบ Hybrid SSD ทำให้การบูทเครื่องรวดเร็ว พร้อมโพรเซสเซอร์ 3rd Generation อินเทล คอร์ ที่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม.
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14151/index.html

คีย์บอร์ดแสง

      ช่วงหลังเห็นหลายคนสามารถพิมพ์บนคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอสัมผัสอย่างไอแพด (iPad) หรือแท็บเล็ตต่างๆ ได้แบบคีย์บอร์ดจริงมากขึ้น ไม่นับรวมนิ้วจิ้มบนหน้าจอสมาร์ทโฟนที่พิมพ์ได้เร็วไม่แพ้กัน ด้วยเหตุนี้แก็ดเจ็ตอย่าง "คีย์บอร์ดเสมือน" ที่ใช้แสงเลเซอร์ยิงลงไปบนพื้นผิวแล้วพิมพ์ได้ จึงกลับมาอีกครั้งด้วยขนาดที่สะดวกพกกว่าเดิม โดยมันมีขนาดเท่าๆ กับพวงกุญแจเท่านั้น
     ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอแก็ดเจ็ตประเภท Laser virtual keyboards ออกมาวางตลาดกันพอสมควร โดยเป้าหมายคือ ความพยายามทำให้มันเล็กลง และตอบสนองการพิมพ์ได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ จำได้ว่ารุ่นแรกๆ ที่เคยซื้อมาทดลองใช้ราคาหลักหมื่นเลย ขนาดก็ไม่สะดวกพกพาเท่าใดนัก แต่ล่าสุดพวกมันกลับมาด้วยขนาดเล็กเท่าพวงกุญแจ แถมยังเบาทั้งน้ำหนัก และราคาอีกด้วย สำหรับพวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์ที่นำมาฝากกันเช้านี้ จะสามารถเปลี่ยนพื้นผิวเรียบให้กลายเป็นคีย์บอร์ดแสงสำหรับสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตของคุณได้ โดยมันจะจับคู่กับอุปกรณ์โมบายผ่านการเชื่อมต่อไร้สายบูลทูธ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้งานกับแก็ดเจ็ตใดๆ ทีสนับสนุนมาตรฐานไร้สายนี้
       พวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์จะสามารถชาร์จแบตฯ Li-ion ทีอยู่ภายในผ่านทางพอร์ต USB อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเบื้องต้นไม่ได้ระบุว่า พวกมันสามารถใช้กับไอแพด หรือไอโฟน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ได้ หรือไม่? แต่จากในรูปดูเหมือนจะแสดงการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 5 - 7 นิ้ว พวงกุญแจคีย์บอร์ดแสงเลเซอร์จะเปิดให้สั่งจองบนเว็บไซต Brookstone ด้วยสนนราคา 99.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,000 บาท โดยจะเริ่มส่งสินค้าให้กับผู้สั่งจองตั้งแต่วันที 1 ตุลาคม ศกนี้เป็นต้นไป
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14177/index.html

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

Asus กราฟฟิกการ์ดใหม่ GeForce GTX660 Ti แรงซ่ะ

        กลุ่มธุรกิจโอเพ่นแพลทฟอร์ม เอซุส ร่วมงาน NVIDIA Day 2012 โดยแนะนำกราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ "ASUS GeForce GTX660 Ti" ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชิปขนาด 28nm เร่งได้สูงสุดถึง 1,137 MHz แต่อุณหภูมิลดลง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า กลุ่มธุรกิจโอเพ่นแพลทฟอร์ม (โอพี บีจี) บริษัท
อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมงาน NVIDIA Day 2012 ที่ลานกิจกรรม ชั้น 3
ไอทีมอลล์ ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูนทาวน์ ถนนพระราม 9 กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ของเอซุสเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กราฟฟิกการ์ดรุ่นใหม่ล่าสุด “ASUS GeForce GTX660 Ti” ที่ตอกย้ำประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อการแสดงผลกราฟฟิกส์อันสมบูรณ์ คมชัด และลื่นไหล ใช้เทคโนโลยีชิปตัวใหม่ขนาด 28nm จาก NVIDIA
         สำหรับการ์ดจอ ASUS GeForce GTX660 Ti ตัวนี้ให้การประหยัดพลังงานอย่างโดดเด่น แต่คงประสิทธิภาพความแรงเกินพิกัดในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ช่วยเสริมพลังเพื่อการ โอเวอร์คล็อกตั้งแต่ในโรงงานที่สามารถเร่งขีดจำกัดได้มากขึ้นถึง 1,137 MHz นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อน DirectCU II ให้รักษาความเย็นขึ้นถึง 20% มาพร้อมภาคจ่ายไฟระบบดิจิตอล  DIGI+ VRM และเทคโนโลยี Super Alloy Power ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องพีซีให้สามารถโอเวอร์คล็อกได้นานยิ่งขึ้น ตัวกราฟฟิกส์การ์ดผลิตจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน รวมถึงโปรแกรม GPU Tweak ที่มียูสเซอร์อินเตอร์เฟซสำหรับจูนค่าต่างๆ ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดาย
     จากผลการทดสอบจากวิศวกรของเอซุส ที่เลือกใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง GK104-derived 28nm GPUs และหน่วยความจำ 2GB GDDR5 ที่ทนทานที่สุดใน GeForce GTX 660 Ti DirectCU II TOP ซึ่งช่วยให้สัญญาณนาฬิกาเสถียรและมีค่าสูงขึ้น ดังนั้นจึงสามารถเพิ่มสัญญาณได้ตั้งแต่ค่าที่ตั้งจากโรงงานจนถึง 1,137 MHz ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 157 MHz ผู้ใช้งานจึงได้สัมผัสประสิทธิภาพพิเศษที่เหนือชั้นกว่าใครอีกครั้ง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้สามารถเข้าไปปรับจูนศักยภาพของการ์ดจอให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
     เทคโนโลยีกราฟฟิกส์การ์ดแบบเฉพาะตัวจากเอซุสช่วยเสริมประสิทธิภาพ และความทนทานของผลิตภัณฑ์ให้เหนือกว่าการปรับแต่งค่าเดิมๆ ด้วย DirectCU II ซึ่งเป็นระบบระบายความร้อนแบบเฉพาะ ที่ใช้ท่อทองแดงต่อตรง เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนอย่างรวดเร็ว สามารถลดอุณหภูมิลงได้ถึง 20% ทำให้พัดลมสามารถทำงานที่ความเร็วต่ำ ลดเสียงรบกวนขณะเล่นเกมมากกว่าผลิตภัณฑ์รุ่นอื่น สำหรับประสิทธิภาพด้านความทนทาน การประหยัดพลังงานอย่างคุ้มค่า และการโอเวอร์คล็อกนั้น ภาคจ่ายไฟระบบดิจิตอล DIGI+ VRM ของเอซุสเป็นระบบที่รับประกันได้ว่า สามารถส่งกระแสไฟได้อย่างแม่นยำ และเสถียร รวมถึงชิ้นส่วนที่ใช้กับเทคโนโลยี Super Alloy Power 6 เฟส (เช่น ตัวเก็บประจุ โช้ค และทรานซิสเตอร์) ช่วยยืดอายุการทำงานและทนทานกว่าเมื่อเข้าโหมดทำงานประมวลหนักๆ โดยไร้เสียงรบกวน ทั้งหมดนี้ช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหล ไร้การสะดุด และมีประสิทธิภาพสูง
     ผู้ใช้งานกราฟฟิกการ์ดเอซุสสามารถโอเวอร์คล็อก เพิ่มแรงดันไฟฟ้า และจัดการยูทิลิตี้ด้วยโปรแกรม GPU Tweak ซึ่งครั้งนี้โปรแกรมมาพร้อมกับการ์ด GeForce GTX 660 Ti DirectCU II TOP มีหน้าจอการใช้งานที่เป็นมิตรมากขึ้น ใช้ง่าย และมีโหมดปรับแต่งประสิทธิภาพที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเปลี่ยนสัญญาณนาฬิกาและแรงดันไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย และยังสามารถเก็บค่าโปรไฟล์การปรับแต่งไว้เฉพาะเกมโปรดอีกด้วย.


ที่มาข้อมูล : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/14139/index.html
ที่มา VDO Clip : http://www.youtube.com/watch?v=w9pEEOqWGSE