วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Asus เปิดตัวโน้ตบุ๊ก N46-N56 ชูเสียงดีลำโพงเทพ

         เอซุส เปิดตัวโน้ตบุ๊กใหม่ความบันเทิงที่ไร้ขีดจำกัด กับโน้ตบุ๊กไฮเอนด์ N Series รุ่น N46 และ N56 มาพร้อมกับเทคโนโลยี “โซนิก มาสเตอร์” พร้อมโปรเซสเซอร์ อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 3 ไอวี่บริดจ์ เน้นประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และระบบ อินสแตนท์ ออน เปิดได้ใน 2 วินาที
               เอซุส ประกาศแนะนำโน้ตบุ๊ก N Series รุ่น N46 และ N56 โน้ตบุ๊กระดับไฮเอนด์ พร้อม 5 สุดยอดเทคโนโลยีของการเล่นมัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียงระดับพรีเมียมของเทคโนโลยี “โซนิก มาสเตอร์” (Sonic Master) ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของไอวี่ บริดจ์ มาพร้อม “อินสแตนท์ ออน” (Instant On) สามารถรีซูมระบบได้ภายใน 2 วินาที การันตีความสวยงามของการออกแบบด้วยรางวัล Reddot 2012 Design Award อีกด้วย โน้ตบุ๊ก N Series การันตีระบบเสียงอันทรงพลังของโซนิก มาสเตอร์ (Sonic Master) ผลงานสุดยอดจากทีมวิจัยและพัฒนาของเอซุส ที่ทำงานร่วมกับ แบงก์ แอนด์ โอลูฟเซ่น ไอซีอี พาวเวอร์ (Bang & Olufsen ICEpower) เพื่อการถ่ายทอดอรรถรสแห่งการฟังอย่างสมจริง เทียบเท่ากับระบบเสียงเซอร์ราวด์ อีกทั้งให้เสียงเบสที่ทุ้ม นุ่มลึก และช่วงเสียงกว้างอีกด้วย เต็มเปี่ยมด้วยขุมพลังกับหน่วยประมวลผล Intel Core เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของเทคโนโลยี ไอวี่ บริดจ์ (Ivy Bridge) เพื่อการโอเวอร์คล็อกอย่างเหนือชั้น ควบคู่มากับ Super Hybrid Engine II เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของเอซุส จึงสามารถรีซูมระบบได้ภายในระยะเวลาเพียง 2 วินาที พร้อมระบบสแตนด์บาย ที่ยาวนานถึง 14 วัน ด้วยเทคโนโลยี IOIC (Instant On, Instant Connect)โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามสะดุดตา และ Touchpad ที่พัฒนาให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำยิ่งขึ้น การันตีด้วยรางวัล Reddot 2012 Design Award รวมทั้งบริการเก็บข้อมูล ระบบคลาวด์ (Cloud) บนพื้นที่ 32 GB โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลาถึง 3 ปี เพิ่มความคล่องตัวและสะดวกสบายในการใช้งาน.
ที่มา :

Intel ดันอัลตร้าบุ๊กชาร์จไร้สายมือถือได้

             เทคโนโลยีชาร์จเจอร์ไร้สาย Palm Pre ที่ทำงานร่วมกับเคสสมาร์ทโฟน โดยเผยโฉมเมื่อปี 2009 กันได้บ้างนะครับ ซึ่งตอนนั้นมันเป็นกระแสทีได้รับความสนใจไม่น้อยทีเดียว ล่าสุด อินเทล (Intel) มีคำตอบที่น่าสนใจกว่า (หรือเปล่า ?) เมื่อทางบริษัทมีแผนที่จะพัฒนาให้ระบบชาร์จไร้สายเข้าไปอยู่ใน "อัลตร้าบุ๊ก" โน้ตบุ๊กสายพันธุ์ใหม่ทีคล้ายแมคบุ๊กแอร์ เน้นบางเบาเร้าใจใช้แบตฯ นาน ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก
เว็บไซต์ DigiTimes ระบุว่า อินเทลอาจจะเริ่มผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยีชาร์จแบตฯ ไร้สายของทางบริษัทกับอัลตร้าบุ๊ก และสมาร์ทโฟน ในไอเดียก็คือ อัลตร้าบุ๊กจะทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงาน โดยทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นภาคส่งสัญญาณไปกระตุ้นระบบการชาร์จแบตฯ ไร้สายให้กับสมาร์ทโฟน ข้อมูลอ้างอิงจากอินเทลยังระบุอีกด้วยว่า ผลลัพธ์ของเทคโนโลยีนี้จะใช้พลังงานที่ต่ำกว่า และจะวางสมาร์ทโฟนไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่เฉพาะของมัน แต่ต้องไม่ห่างเกินไป
            "ชาร์จไร้สายสมาร์ทโฟนด้วยอัลตร้าบุ๊ก" ฟังดูไอเดียน่าสนใจใช่ไหม แต่มันดูเหมือนว่า อัลตร้าบุ๊ก และสมาร์ทโฟนต้องทำงานร่วมกันได้ ซึ่งเท่าที่ทราบ อินเทลเองก็เพิ่งจะมีสมาร์ทโฟนของตนเองแค่รุ่นเดียวเท่านั้น ในขณะที่ผู้ผลิตพีซีหลายๆ รายที่ทำสมาร์ทโฟนด้วยส่วนใหญ่ใช้โพรเซสเซอร์ ARM แล้วความพยายามครั้งนี้ของอินเทลจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ต้นทุนในการทำระบบชาร์จไร้สายเข้าไปในสามาร์ทโฟนยังค่อนข้างสูงทำให้ไม่ค่อยมีผู้ผลิตรายได้สนใจที่จะพัฒนาสินค้าออกมา อย่างไรก็ตาม หากอินเทลตั้งใจจะที่จะผลักดันตลาดนี้จริง (ใช้ฟีเจอร์ใหม่นี้ในสมาร์ทบุ๊กเป็นตัวผลักดันให้เหล่าบรรดาผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหันมาใช้ชิปของอินเทลในการผลิต) ทางบริษัทคาดว่า ผู้บริโภคจะได้ใช้อัลตร้าบุ๊กที่มาพร้อมกับระบบชาร์จไร้สายให้กับสมาร์ทโฟนภายในครี่งหลังของปี 2013

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13910/index.html

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Windows 8 "บังคับ"ล็อกอิน Metro UI

             รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า Windows 8 เวอร์ชัน RTM ได้ถูกส่งมอบให้กับโรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ของแบรนด์ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึงการกำหนดราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับการอัพเกรดไปใช้ Windows 8 ให้กับคอมพิวเตอร์ที่รัน XP, Vista และ Windows 7 ขณะนี้มีผู้ใช้ Windows 8 ในองค์กรหลายๆ รายได้ใช้กันแล้ว แต่ประเด็นที่ผู้ใช้หลายคนติงกันมาก็คือ อินเตอร์เฟซ Metro UI หรือ Windows 8 Style UI ที่เหมาะกับระบบสัมผัสมากกว่า แต่กลับกลายเป็นว่าหน้าจอเริ่มต้นหลังล็อกอินจะเข้ามาที่อินเตอร์เฟซนี้ และไม่สามารถตั้งให้ล็อกอินเข้าไปในโหมด Desktop (แบบ windows 7) ได้เลยทันที
             กลายเป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกเหมือนกันสำหรับผู้ใช้ เนื่องจาก Windows 8 เวอร์ชันอย่างเป็นทางการจะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นเข้าสู่ระบบการใช้ในโหมดเดสก์ทอปได้โดยตรง ซึ่งเวอร์ชันทดสอบก่อนหน้านี้ยังทำได้อยู่เลย นั่นหมายความว่า ผู้ใช้ทุกคนจะต้องล็อกอินเข้าไปยังอินเตอร์เฟซ Metro UI ก่อนทุกครั้ง ส่วนใครที่ได้มีโอกาสดาวน์โหลด Windows 8 เวอร์ชันทดสอบล่าสุดจะพบว่า ผู้ใช้สามารถสร้างชอร์ทคัท เพื่อสลับหน้าจอการทำงานไปเป็นโหมดเดสก์ทอปของ Windows 8 ได้ ซึ่งชอร์ทคัทดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้เข้าสู่โหมดเดสก์ทอปได้ทันทีหลังจากล็อกอินเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ มันน่าจะเป็นคุณสมบัติการทำงานที่ผู้บริโภคต้องการเมื่อบู๊ตเข้าไปใน Windows 8 การที่จะต้องเข้าไปเจอ Metro UI ก่อน แล้วค่อยเลือกโหมดเดสก์ทอป เข้าใจว่าสาเหตุที่ไมโครซอฟท์ตัดสินใจเช่นนี้อาจจะเป็นเพราะว่า มันทำให้ Windows 8 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร กลายเป็นของเก่าที่มีหน้าจอแบบเดิมๆ นั่นเอง
       นอกจากการบล็อคไม่ให้ผู้ใช้ Windows 8 สามารถบู๊ทระบบเพื่อเข้าสู่โหมดเดสก์ทอปได้โดยตรงแล้ว ผู้ใช้ในองค์กรบางรายยังประเมินอีกด้วยว่า ไมโครซอฟท์จะไม่อนุญาตให้แอดมินสามารถใช้ Gorup Policy เพื่อกำหนดให้การบู๊ทเครื่องสามารถกระโดดข้าม Metro UI ได้เช่นกัน แม่ Windows 8 จะมาพร้อมกับคีย์ลัดบนคีย์บอร์ดให้ใช้มากมาย เพื่อลดการโต้ตอบกับอินเตอร์เฟซแบบ Metro ด้วยเมาส์ที่อาจจะใช้งานได้ไม่ถนัดเท่าจอสัมผัส แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่อินเตอร์เฟซแบบสัมผัสที่ไม่เหมาะกับเมาส์แต่เข้ากับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี คุณค่าของการทำงานของระบบกลับไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริง คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ไมโครซอฟท์จะเผยทางลัดในการเข้าถึงเดสก์ทอปโหมดได้โดยตรง หรือไม่? หรือจะยังคงบังคับให้ใช้ Metro UI เพื่อเอาใจอัลตร้าบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กสายพันธุใหม่ ตลอดจนแท็บเล็ตทีเน้นการใช้จอสัมผัส ซึ่งผลที่ได้จะทำให้ผู้ใช้ที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ทีรัน Windows 8 ต้องเลือกฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับจอสัมผัส
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13735/index.html

Nina แอพน้องๆ Siri รันบน iOS, Android

       Nuance บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลบี Dragon Naturally Speacking voice recognition หรือระบบรู้จำเสียงพูดที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Siri บน iPhone ของ Apple ล่าสุดทางบริษัทได้ออกชุดคิทสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์ และ API สำหรับการสร้างไคลเอ็นต์ของธุรกิจองค์กร เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างระบบสัง่การด้วยเสียงพูดแบบธรรมชาติเข้ากับแอพฯ ทั้งบน Android และ iOS
           Nina เป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่มีความสามารถในการทำงานที่แตกต่างจาก Siri เนื่องจากทาง Apple ไม่ยอมให้ใช้เทคโนโลยี Siri กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่ไม่ใด้ทำงานอยู่ในแพลตฟอร์มของ Apple แหล่งข่าวกล่าวว่า Nina เป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่บริษัท Nuance ทำได้ นั่นคือ ระบบรู้จำเสียงพูด, Text-to-speech ระบบเปลี่ยนข้อความเป็นเสียงพูด ความเข้าใจภาษาธรรมชาติ (ภาษาทีมนุษย์ใช้พูดคุยตามปกติ ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะ) และเทคโนโลยีชีวมาตรที่สามารถระบุเจ้าของเสียง (voice-ID biometric techonology) บริการของ Nina ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับธุรกิจต่างๆ อย่างเช่น ธนาคาร, ประกันภัย และธุรกิจบริการลูกค้าที่เน้นการสื่อสารให้ข้อมูลกับลูกค้าเป็นหลัก (คล้ายกับ call center)
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13737/index.html

Google เตรียมพัฒนาวอยซ์เสิร์ช ภาษาไทย

   "กูเกิล" เล็งพัฒนา"วอยซ์ เสิร์ช" ภาษาไทย หวังตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าไทย หนุนบริการกูเกิลเติบโตก้าวกระโดด
               นางเอมี่ กุลโรจน์ปัญญา หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารและมวลชนสัมพันธ์ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า กูเกิลมีแผนพัฒนา "กูเกิล วอยซ์ เสิร์ช" ในไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพราะทีมงานพัฒนาต้องเข้ามาศึกษาเรียนรู้การออกเสียง หรือคำต่างๆ ในภาษาไทย "กูเกิลมีแผนพัฒนา วอยซ์ เสิร์ช เป็นภาษาไทย จากปัจจุบันที่ให้บริการเฉพาะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ และในภาษาอื่นๆ สำหรับภาษาไทยคงต้องใช้เวลาศึกษาการออกเสียงในภาษาไทย เพื่อให้ระบบของกูเกิลประมวลผลได้"นางเอมี่ กล่าวด้วยว่า เป็นไปได้ที่อาจต้องหาสำนักงานกูเกิลแบบถาวร เพื่อรองรับทีมงานที่มีเพิ่มขึ้น ปัจจุบันออฟฟิศกูเกิลได้เช่าพื้นที่ของตึกเซ็นทรัลเวิลด์ฝั่งสำนักงานอยู่ ปัจจุบันมีทีมงานมากกว่า 20 คนแล้ว ซึ่งปีนี้ จะครบ 1 ปี ของการเข้ามาเปิดสำนักงานกูเกิลในไทยด้วย เธอกล่าวด้วยว่า กูเกิล ยังคงมีแผนจะพัฒนาบริการที่มีอยู่ให้เป็นเวอร์ชั่นท้องถิ่นที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศให้มากที่สุด โดยเฉพาะในไทยที่แนวโน้มการใช้งานเกือบทุกบริการของกูเกิลเติบโตแบบก้าวกระโดดทุกปี โดยเฉพาะบริการเสิร์ช เอ็นจิน
       ล่าสุด กูเกิล ได้แนะนำบริการเสิร์ชรูปแบบใหม่ "กูเกิล โนว์เลจ กราฟ" (google knowledge graph) ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยบริการใหม่นี้ จะสามารถค้นหาข้อมูลเชิงลึกในเชิงข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ค้นนั้นๆ เน้นข้อมูลที่เป็นสาธารณะเป็นหลัก นอกเหนือจากลิงค์ที่เกี่ยวข้อง หรือรูปภาพ โดยผู้ใช้งานจะสามารถเห็นข้อมูลที่ค้นหาทั้งหมดแตกแขนง แยกย่อยภายใน 1 หน้า อย่างไรก็ตาม บริการดังกล่าวในไทย ยังใช้งานไม่ได้ เพราะระบบของกูเกิลจะต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องราวเชิงลึกของข้อมูลต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกในแบบฉบับภาษาไทย ซึ่งคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีกสักระยะ
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13882/index.html

Dell เข็นโมบายเวิร์กสเตชั่น15และ17นิ้ว

           เดลล์ เปิดตัว Dell Precision โมบายเวิร์กสเตชั่น 2 รุ่นล่าสุด M4700 และ M6700 เจาะกลุ่มพาวเวอร์ยูสเซอร์ ทำงานด้านวิศวกรรมและออกแบบ
             เมื่อเร็วๆ นี้ เดลล์ ประกาศเปิดตัว Dell Precision โมบายเวิร์กสเตชั่นรุ่นล่าสุด รองรับการทำงานในอนาคตด้านวิศวกรรมและงานออกแบบสำหรับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น ผู้ตัดต่อฟิล์มภาพยนตร์ สถาปนิกก่อสร้าง นักธรณีฟิสิกส์ภาคสนาม และคนทำงานภาคสนาม โดยสามารถทำงานกราฟิกหรือคำนวณแอพพลิเคชั่นที่ต้องการการประมวลผลสูงทำได้อย่างรวดร็ว นายเอกราช ปัญจวีณิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โมบายเวิร์กสเตชั่นตระกูลใหม่มาพร้อมประสิทธิภาพ อิสระ และดีไซน์ บริษัทมีแนวคิดสานต่อการสร้างตำนานการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเวิร์กสเตชั่นซึ่งเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมโซลูชั่น NVIDIA 3D Vision Pro กราฟิก Gen 3 ความเร็ว 1866 เมกะเฮิรตซ์บนโมบายเวิร์กสเตชั่น ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างสรรและออกแบบงานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าจะทำงานจากจุดใด ทั้งนี้ เดลล์ สานต่อการสร้างความเป็นผู้นำเวิร์กสเตชั่นด้วยระบบใหม่ 2 รุ่น ประกอบด้วย Dell Precision M4700 และ M6700 โดย M4700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นขนาด 15 นิ้ว ที่ให้ความสะดวกในการพกพาและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ M6700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นที่ให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าเวิร์กสเตชั่นตั้งโต๊ะและประสิทธิภาพกราฟิกที่ดีกว่า พร้อมจอภาพขนาด 17 นิ้ว Covet Edition อันโด่งดัง รองรับจอภาพ 17 นิ้ว พร้อมสีสันร้อนแรงของตัวเครื่องด้วยสีแดงนกฟีนิกซ์ โดดเด่นดึงดูดใจด้วยขอบแก้วกอริลล่า (Corning Gorilla Glass 2) ให้ภาพที่สว่างกว่า มีความทนทาน และป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโปรเซสเซอร์อินเทลรุ่นล่าสุด Intel Core i5 และ i7 Extreme Edition พร้อมเทคโนโลยี Turbo Boost ที่ให้ประสิทธิภาพและกราฟิกการ์ดสำหรับมืออาชีพ ประกอบด้วย NVIDIA Quadro K-series GPUS และกราฟิกการ์ด AMD FirePro ทั้งนี้ M6700 เป็นโมบายเวิร์กสเตชั่นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่นำเสนอ AMD FirePro M6000 ที่มาพร้อมกับ PCIe x16 Gen 3 ที่ให้การประมวลผลข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้โมบายเวิร์กสเตชั่นทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR3 SDRAM ความจุสูงสุด 32 กิกะไบต์ ความเร็ว 1600 เมกะเฮิรตซ์ และหน่วยความจำสูงสุด 16 กิกะไบต์ ด้วยความเร็ว 1,866 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นหน่วยความจำที่เร็วที่สุดในตลาดโมบายเวิร์กสเตชั่นในปัจจุบัน ให้ประสิทธิภาพสูงและการเข้าถึงชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ฮาร์ดไดร์ฟโซลิตสเตท SATA 512 กิกะไบต์
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13885/index.html

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

จีเมล์ ของคุณโผล่ในผลลัพธ์เสิร์ชกูเกิ้ล

                    กูเกิ้ล (Google) กำลังเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเสิร์ชเอ็นจิ้นของทางบริษัทเข้ากับบริการจีเมล์ (Gmail) ทีมีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก โดยหวังว่า มันจะทำให้ผู้ใช้ได้รับการตอบสนองข้อมูลส่วนตัว และตรงกับความต้องการมากขึ้น และเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยการทดลองคุณสมบัติการทำงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
                   ผลของการพัฒนาดังกล่าวจะทำให้เสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ลได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปสำรวจข้อมูลที่อยู่ในบัญชีผู้ใช้จีเมล์ เพื่อนำข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาผูกเข้ากับผลลัพธ์เสิร์ช ตัวอย่างเช่น สมมติคำที่คุณเสิร์ชมีคำว่า "Apple" ผลลัพธ์ที่ปรากฎขึ้นมา ก็อาจจะมีอีเมล์นิวสเล็ตเตอร์หลายๆ ฉบับของ Apple ที่ส่งมาให้คุณได้ หรือแม้แต่อีเมล์แจ้งการส่งผลิตภัณฑ์ หากคุณได้สั่งซื้อสินค้าจากแอปเปิ้ลผ่านทางเว็บไซต์ เป็นต้น โดยผลลัพธ์ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลจากจีเมล์จะแสดงขึ้นมาด้านขวาถัดจากพื้นที่แสดงผลลัพธ์หลักทีอยู่ตรงกลาง และในบางกรณีที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ผลลัพธ์การค้นที่เจาะเข้าไปในอินบ๊อกซ์ของจีเมล์ของคุณก็อาจจะโผล่ที่ด้านบนสุดของหน้าผลลัพธ์พร้อมทั้งไฮไลท์คำตอบที่ได้จากอีเมล์ด้วย เช่น หากคุณเสิร์ขคำว่า "my flight" กูเกิ้ลจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเที่ยวบินที่แน่นอน ซึ่งดึงมาจากจีเมล์ของคุณ ซึ่งรวมถึงการค้นหาผลลัพธ์ที่คล้ายๆ กันนี้เช่น การเสิร์ชเกี่ยวกับการสั่งจองที่นั่งในภัตตาคาร หรือตั๋วคอนเสิร์ทผ่านทางออนไลน์ งานนี้ไม่ใช่แค่กูเกิ้ลจะเข้าไปสแกนจีเมล์ เพื่อหาคีย์เวิร์ดมาเชื่อมกับโฆษณาในเว็บของตนเท่านั้น แต่มันยังทำอินเด็กซ์ของเมล์ทุกฉบับในจีเมล์อีกด้วย
              แม้กูเกิ้ลจะเป็นผู้นำทางด้านเสิร์ชเอ็นจิ้นของโลก แต่ก็ยังคงมีเรื่องกังวลเกียวกับหอกข้างแคร่อย่างบริการโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก เนื่องจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ทำให้การแชร์ข้อมูลข่าวสารทำได้ง่ายกว่า และทำให้เว็บพวกนี้เริ่มที่จะดึงผู้คนเข้าไปใช้บริการได้มากขึ้นเรื่อยๆ แทนการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด และลิงค์ต่างๆ ในเสิร์ชเอ็นจิ้นของกูเกิ้ล ด้วยเหตุนี้เอง กูเกิ้ลจึงต้องพยายามที่จะปรับปรุงบริการด้วยการสร้างบริการที่มีความเป็นส่วนตัวกับผู้ใช้มากขึ้น และนำบริการเหล่านี้เชื่อมต่อเข้ากับท่อใหญ่อย่างเสิร์ชเอ็นจิ้น การผสานข้อมูลในอีเมล์เข้าไปในผลลัพธ์เสิร์ชอาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้กูเกิ้ลในเรื่องของความเป็นส่วนตัว กูเกิ้ลหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวด้วยการแสดงผลลัพธ์ส่วนตัวจากจีเมล์ของผู้ใช้ในหน้าผลลัพธ์ในลักษณะของแท็บที่ต้องคลิก เพื่อเปิดออกมาดูรายละเอียดได้ แทนที่จะโชว์หราขึ้นมาให้เห็นทันที นอกจากนี้ผู้ใช้จะเห็นข้อมูลนี้ได้จะต้องลงทะเบียนก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม กูเกิ้ลพยายามเชื่อมบริการจีเมล์เข้ากับเสิร์ชอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ โดยคุณสมบัติใหม่จะเริ่มให้กับผู้ใช้ทีสนใจแค่ 1 ล้านรายก่อน ซึ่งจะต้องเข้าไปลงทะเบียนยินยอมให้เกิดการเชื่อมบริการที่ http://g.co/searchtrial เทียบกับจำนวนผู้ใช้จีเมล์ทั้งหมด 425 ล้านราย (ตลอด 8 ปีทีผ่านมา) ถือว่าเป็นกลุ่มทดลองใช้งานที่เล็กมาก หลังจากได้ฟีดแบ็คการใช้งานจากผู้ใช้กลุ่มนี้ กูเกิ้ลหวังว่า จะมีโอกาสได้ให้บริการจีเมล์ลักษณะนี้กับผู้ใช้บริการที่เหลือทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้จีเมล์หลายร้อยล้านรายจะยินยอมให้ข้อมูลของตนเข้าไปอยู่ในหน้าผลลัพธ์การเสิร์ชของกูเกิ้ล นอกจากนี้ กูเกิ้ลยังพยายามที่จะแสดงข้อมูลจากบริการอีเมล์ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ ด้วย ทางด้านคู่แข่งอย่างไมโครซอฟท์กล่าวว่า ทางบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปิดให้ข้อมูลในบริการเว็บเมล์ของตนเข้าไปอยู่ในเสิร์ชของกูเกิ้ล ในขณะที่ยาฮูไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้
ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13783/index.html

ไวรัสโฉด"ฉกข้อมูลแบงค์"คุณ

         Kaspersky บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชั้นนำเผยว่า พบการแพร่กระจายของไวรัส Gauss ภัยคุกคามบนคอมพิวเตอร์ที่แต่เดิมมีเป้าหมายผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในตะวันออกกลาง โดยมันสามารถขโมยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข่น ล็อกอินและพาสเวิร์ดในการเข้าถึงบัญชีธนาคารออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ กลไกการขโมยข้อมูลข้อมูลของ Gauss ยังไม่เคยพบในมัลแวร์ตัวใดอีกด้วย
         Gauss จะขโมยข้อมูลรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น ประวัติการท่องเว็บในบราวเซอร์ (browser history) คุ้กกี้ (cookies) รหัสผ่าน (password) และค่ากำหนดการทำงานต่างๆ ของระบบ (system configurations) แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ การที่มันสามารถสวมรอยการเข้าถึงระบบบริการธนาคารออนไลน์ และวิธีชำระค่าบริการต่างๆ ได้มากมาย โดยกลไกการเจาะข้อมูลของ Gauss จะพุ่งตรงไปที่ลูกค้าธนาคาในเลบานอนเช่น Bank of Beirut, EBLF, BlomBank, ByblosBank, FransaBank ตลอดจนบริการบัตรเครดิตอย่าง Citibank และบริการชำระค่าสินค้า-บริการออนไลน์อย่าง PayPal
          นักวิจัยที่ Kaspersky Lab ได้ร่วมมือกับ CrySyS ศูนย์วิจัยในฮังการี พัฒนาเครื่องมือออนไลน์ที่สามารถตรวจจับได้ว่า อุปกรณ์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ของคุณติดมัลแวร์ Gauss เข้าไป หรือไม่? อย่างไรก็ตาม Kaspersky กล่าวย้ำว่า วิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดคือ การตรวจสอบด้วยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (อย่างเช่น Kaspersky Anti-Virus 2012) สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นโดย CrySys สามารถสแกนระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์โมบายต่างๆ ได้ เพียงแค่คลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ gauss.crysys.hu จะปรากฎข้อความว่า "We are now testing your computer for Gauss infection and Palida font installation." หลังจากตรวจสอบเสร็จ มันจะแสดงลิงค์ข้อความว่า "Click here for results" ให้คลิกที่ลิงค์ดังกล่าว หากพบข้อความ "Your computer seems to not have Palida fonts installed. Your computer is probably not infected by Gauss malware. Please, however, cross-check with antivirus products!" ก็แสดงว่า ระบบที่ใช้อยู่ไม่น่าจะติดมัลแวร์ Gauss แต่ถ้าจะให้มีนใจก็ควรจะตรวจสอบซ้ำอีกด้วยซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส อืม...แล้วควรจะเชื่อมันดีไหม
             CrySyS ตั้งข้อสังเกตว่า มันมีการพบผลลัพธ์แปลกๆ บนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ด้วย โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน HTC ซึ่งทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า อุปกรณ์โมบายดังกล่าวโดนมัลแวร์ตัวนี้เล่นงาน หรือไม่? หากตรวจพบผลลัพธ์แปลกๆ บนสมาร์ทโฟน HTC ทางบริษัทแนะนำให้ทดลองสแกนด้วยแอนตี้ไวรัสอีกทีจะชัวร์กว่า อย่างไรก็ตาม หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ตรวจพบว่า ระบบคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของคุณติดมัลแวร์ Gauss ทาง Kaspersky เสนอให้ความช่วยเหลือ โดยติดต่อสอบเข้าไปได้ที่อีเมล์ theflame@kaspersky.com ยังไงก็ขอให้ปลอดภัยกันทุกคนนะครับ

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13879/index.html

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Galaxy Note 2

             หลังจากปล่อยให้มีกระแสข่าวลือมาพักใหญ่ๆ แล้ว ล่าาสุด Samsung ประกาศว่า ทางบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัว Galaxy Note รุ่นใหม่ในงาน Samsung Mobile Unpacked 2012 ที่จะจัดขึ้น ณ.กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ในวันที่ 29 สิงหาคม
             หากใครรู้สึกว่า Galaxy Note ที่ใช้อยู่ยังมีหน้าจอเล็กไป รออิกนิดหนึ่ง เพราะปลายเดือนนี้ ทางซัมซุงจะเปิดตัว Galaxy Note 2 แท็บเล็ต+สมาร์ทโฟน ทีมีรายงานว่า หน้าจอของมันจะใหญ่กว่าเดิมอีกเล็กน้อย เพราะในงานที่ทางบริษํทจะจะขึ้นในวันที่ 29 ส.ค.นี้จะมีการเปิดตัว Galaxy Note รุ่นใหม่อย่างแน่นอน Samsung Galaxy Note II จะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสที่ใหญ่กว่าเดิมคือ 5.5 นิ้ว (รุ่นปัจจุบัน 5.3 นิ้ว WXGA ความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล) พร้อมด้วย Exynos 4 Quad-core processor 1.6 GHz กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล และแอนดรอยด์เวอร์ชันใหม่ Android 4.0 Ice Cream Sandwich (อัพเกรดเป็น Jelly Bean ได้)
                   ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวอย่างเว็บไซต์ AllThingsD ได้เคยรายงานว่า ซัมซุงจะจัดงานในวันที่ 29 สิงหาคม แต่ไม่ได้บอกว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เป็นอะไร ซึ่งล่าสุดทางบริษัทก็ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่า มันคือ Samsung Galaxy Note รุ่นใหม่ (จะเรียก Note 2 หรือเปล่า ไม่ยืนยัน) ประเด็นที่หลายคนจับตามองกันอยู่ก็คือ การประกาศเปิดตัวในช่วงวันเวลาดังกล่าว ดูเหมือนจะเป็นการตัดหน้า iPhone 5 (บางทีอาจจะมี iPad Mini ด้วย) ของ Apple ทีมีข่าวออกมาเช่นกันว่า กำหนดการเปิดตัวอาจก่อนวาระปกติ โดยอาจจะเป็นวันที่ 12 กันยายน ซึ่งหลังจาก Galaxy Note 2 เปิดตัวประมาณสองสัปดาห์ เอ้า...สาวก Samsung ทราบแล้วเปลี่ยน(เครื่อง)อีก หรือเปล่า


ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13602/index.html

Galaxy Note 10.1

                ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ซัมซุง (Samsung) เปิดตัว Galaxy Note สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.3 นี้ แถมยังมีสไตลัส ทางบริษัทระบุว่า มันเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แต่อยู่ระหว่างแก็ดเจ็ตทั้งสอง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ได้ใช้งานต่างให้ความเห็นค่อนข้างตรงกันว่า มันคือ สมาร์ทโฟนที่จอใหญ่มาก
               สำหรับ Note รุ่นต่อไปที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ มันไม่ใช่สมาร์ทโฟนแน่นอน โดยเมื่อวานนี้ ทางซัมซุงประกาศว่า Galaxy Note 10.1 จะเปิดตัวในช่วงเดือนนี้ โดยจะเป็นแท็บเล็ตสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมกับสไตลัส แต่หากจะพูดกันตรงๆ Note 10.1 จะมีสเป็กแรงกว่า Galaxy Tab 2 10.1 และมีการเพิ่มซอฟต์แวร์ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ S Pen เพื่อบันทึกข้อความด้วยลายมือ จับภาพแค่บางส่วน แก้ไขภาพถ่าย และความสามารถอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ใช้ Note รุ่นปัจจุบันใช้งานกันอยู่ Galaxy Note 10.1 จะมีความละเอียดของหน้าจอ 1,280 x 800 พิกเซล และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.0 และใช้ควอดคอร์โพรเซสเซอร์ Exynos 1.4GHz ของ Samsung หน่วยความจำ 2GB ส่วน Galaxy Tab 2 10.1 จะใช้ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ความเร็ซ 1GHz และหน่วยความจำแค่ 1GB เท่านั้น

            ในขณะที่ซัมซุงประกาศว่าจะปิดตัว Galaxy Note 10.1 ที่สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ทางบริษัทก็ยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่ชัดเจนว่าจะเป็นวันที่เท่าไร และเมื่อมีการสอบถามถึงงานเปิดตัว Galaxy Note ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคม ศกนี้ที่นิวยอร์กว่า ซัมซุงจะมุ่งเน้นไปที่ Note 10.1 หรือ Note 2 ตามที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ ทางบริษัทปฏิเสธที่จะคอมเมนต์ นั่นหมายความว่า เราคงต้องรอดูในงานกันอีกที ซึ่งหากมีความคืบหน้า หรือความเคลื่อนไหวประการใด ทางเว็บไซต์ arip จะรีบนำเสนอให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้ทราบทันทีเช่นกัน

ที่มา : http://www.jib.co.th/web/index.php/news/readNews/13691/index.html